ร้อยไหม ยกกระชับใบหน้าคืออะไร? กี่วันเห็นผล?

ร้อยไหม

ตัวเลือกในการยกกระชับใบหน้าของใครหลายๆ คน คงไม่พ้นการร้อยไหมเป็นแน่แท้ เพราะการร้อยไหมเป็นหัตถการที่ช่วยในการยกกระชับได้ดี ราคาไม่สูงมากและยังได้ผลอย่างแท้จริง เพียงยาชาเฉพาะที่ เปิดจุดเล็กๆ บริเวณหนังศีรษะเพื่อเป็นจุดเกี่ยวไหม ไม่เป็นอันตรายและไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็น

สารบัญ

ร้อยไหม เจ็บไหม

ร้อยไหม คืออะไร

ร้อยไหม คือ เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีช่วยยกกระชับผิวให้เต่งตึงและดูอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด โดยใช้การร้อยไหมละลายสอดเข้าไปใต้ผิวเพื่อกระตุ้นให้เนื้อเยื่อให้กระชับตัวขึ้นใช้ได้ทั้งกับผิวหน้าและผิวกาย โดยการใช้ไหมชนิดละลายร้อยเข้าไปในใต้ผิวหนัง ผิวก็จะถูกเงี่ยงเกี่ยวขึ้นมาตามเส้นไหมในทิศทางที่ร้อยไหมเข้าไปและส่งผลให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อใต้ผิวและมีการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่บริเวณรอบเส้นไหม ทำให้ผิวหน้าถูกดึงรั้งจนเต่งตึง

โดยจะมีจุดที่ดึงบริเวณแก้มส่วนล่างและจุดที่ยึดอยู่บริเวณขมับดึงเข้าหากันจึงสามารถดึงแก้มที่หย่อนขึ้นได้ทันที ทั้งยังช่วยกระตุ้นเมแทบอลิซึ่ม (Metabolism) ให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงผิวหนังมากขึ้น

การร้อยไหม กับชั้นผิว SMAS

SMAS ย่อมาจาก Superficial Musculo Aponeurotic System เป็นชั้นเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อใบหน้า อยู่บริเวณใต้ชั้นไขมันผิวหนัง ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อการผ่าตัดศัลยกรรมหรือหัตถการเพื่อการดึงหน้าให้ยกกระชับ เนื่องจากชั้น SMAS จะยืดและหย่อนตามอายุที่เพิ่มขึ้นและแรงโน้มถ่วง ทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อย การร้อยไหมนั้นจะช่วยดึงผิวที่หย่อนคล้อยด้วยตัวเงี่ยงของไหม เกี่ยวชั้น SMAS ที่หย่อนและชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ทำให้ใบหน้าถูกยกกระชับขึ้นทันที และทำให้ใบหน้าดูเรียวได้รูป

ร้อยไหม ราคา

ประเภทของไหม

ประเภทของเส้นไหมที่เราใช้ในการร้อยไหมเพื่อยกกระชับใบหน้านั้น แบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ ไหมที่ไม่ละลาย และ ไหมละลาย

ไหมที่ไม่ละลาย

เป็นเส้นไหมที่ทำจากพลาสติก หรือโลหะ เมื่อร้อยเข้าไปในชั้นผิวแล้ว เมื่อเวลาผ่านไป ไหมจะไม่สามารถละลายหายไปได้เองตามธรรมชาติ จะคงอยู่ถาวรในร่างกาย ซึ่งจะนิยมใช้กับการเย็บแผลที่ต้องการเวลาสมานเวลานานมากกว่าการนำมาใช้ในแวดวงความงาม

ไหมพลาสติก พอลิโพรไพลีน

ไหมชนิดนี้เป็นไหมที่ไม่ละลาย เป็นไหมเทียมที่แพทย์ใช้ทำการเย็บแผล ถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายก้างปลา เพื่อดึงรั้งมัดกล้ามเนื้อบนใบหน้าให้กระชับ ปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมแล้ว เนื่องจากมีผลข้างเคียงหลายประการ เช่น เกิดการอักเสบบริเวณปมไหม เมื่อใช้ไปสักระยะตัวก้างปลามักจะหัก ทำให้ผิวหน้ากลับมาหย่อนคล้อยลงได้อีก หรือ เส้นไหมแทงออกมาจากผิวหน้า ต้องอาศัยแพทย์ที่เชี่ยวชาญทำการผ่าตัดเอาออก

ไหมทองคำ

เป็นการนำไหมที่ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ 99% ด้วยความเชื่อที่ว่าทองคำช่วยฟื้นฟูผิวหน้าให้เต่งตึง ช่วยชะลออายุผิว และยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ขนาดที่นำมาใช้เล็กเท่าเส้นผม ร้อยเป็นโครงตาข่ายใต้ผิวหนัง
จากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์พบว่าทองคำบริสุทธิ์ไม่มีปฏิกิริยากับสารเคมีใดๆ ต่อเซลล์ของร่างกาย แต่การร้อยไหมทองก็มีข้อจำกัด เช่น มีราคาที่สูงเมื่อเทียบกับไหมชนิดอื่น ใช้ระยะเวลานานกว่าจะเห็นผล ไม่ทนต่อความร้อน จึงไม่เป็นที่นิยมแล้วในปัจจุบัน

ไหมละลาย

เป็นเส้นไหมที่เกิดจากการสังเคราะห์ เมื่อร้อยไหมเข้ากับใบหน้า ไหมชนิดนี้สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ ไหมละลายจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวหนังบริเวณที่ร้อยไหมกระชับขึ้น โดยไหมที่ได้รับความนิยมในช่วงนี้จะเป็นไหมกรวยและไหมโครงตาข่าย ที่มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพในการยกกระชับมากขึ้น แต่เจ็บน้อยลง

ไหมเรียบ

เป็นไหมละลายเส้นเรียบ ไม่มีเงี่ยงหรือเกลียว เป็นไหมที่ใช้ในสมัยแรกๆ ที่การร้อยไหมยังไม่เป็นที่นิยม ลักษณะเป็นเส้นสั้นสอดเข้าชั้นผิวตื้นเพื่อให้ใบหน้าตึงขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยยกกระชับผิวแต่อย่างใด ทำให้ผู้ที่ร้อยไหมรู้สึกใบหน้าดูเต่งตึงขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น

ไหมเกลียว

เป็นไหมละลายที่มีความแข็งแรงกว่าไหมเรียบ มีลักษณะเป็นม้วนคล้ายสปริง และอาจเป็นเส้นเดียวหรือสองเส้นพันกันเป็นเกลียว ลักษณะเกลียวที่เพิ่มขึ้นมานี้ จะช่วยเพิ่มปริมาตรบริเวณผิวหนังที่ยุบเป็นแอ่งได้ และสามารถช่วยยกกระชับผิวหนังที่หย่อนยาน

ไหมเงี่ยง

เป็นไหมละลายที่นิยมมากในปัจจุบัน ลักษณะเป็นเส้นคล้ายก้างปลาจึงใช้ดึงผิวให้ยกขึ้นได้ดี ช่วยลดความหย่อนคล้อยของใบหน้าได้ ไหมชนิดนี้อาจมีการใช้ชื่ออื่นๆ เช่น ไหมก้างปลา ไหมปากฉลาม หรือไหมกุหลาบ

ไหมกรวย

เป็นไหมละลายรูปแบบใหม่ ที่มีปมกลมๆ ตามแนวเส้นไหม และมีพลาสติกทรงกรวยเล็กๆ อยู่ระหว่างปมของเส้นไหม ซึ่งลักษณะเช่นนี้ทำให้จับเนื้อเยื่อได้มากขึ้น โดยไม่มีผลทำให้เนื้อเยื่อภายในบาดเจ็บมากนัก ไหมชนิดนี้จึงเน้นช่วยยกกระชับผิวมากกว่าการสร้างคอลลาเจน สามารถยกกระชับผิวได้ดีกว่าไหมรูปแบบอื่น ไม่เกิดความระคายเคือง และถูกออกแบบมาเพื่อให้ได้ผลยกกระชับที่ยาวนานกว่า โดยผลจะคงอยู่ 1-3 ปี

ไหมโครงตาข่าย

เป็นไหมละลายชนิดใหม่ล่าสุด มีลักษณะคล้ายไหมก้างปลาแต่มีตาข่ายล้อมรอบตัวไหม ซึ่งตัวตาข่ายจะช่วยให้เนื้อเยื่อมาเกาะได้ดีมากยิ่งขึ้น ช่วยยกกระชับได้ยาวนานและเห็นผลชัดเจน

ร้อยไหม มีกี่ชนิด
ร้อยไหม เเต่ละประเภท

ร้อยไหม ราคาเท่าไหร่

ร้อยไหมโครงตาข่าย นวัตกรรมการร้อยไหมที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคนี้ ผสมผสานด้วยเทคโนโลยี ไหมก้างปลา + โครงตาข่าย ช่วยให้ยกใบหน้าได้มากกว่าปกติ

ให้ทุกคนได้จับจองในราคาพิเศษ  จากปกติ 60,000บาท
 
ร้อยไหมโครงตาข่ายกับเทรนเนอร์ร้อยไหมโครงตาข่าย เริ่มต้นพียง 35,000 บาท
ร้อยไหมโครงตาข่ายกับทีมแพทย์ผิวหนังมากคุณภาพ เริ่มต้นเพียง 30,000บาท
 
** จำนวนเส้นไหมขึ้นอยู่กับแพทย์ประเมิน

อ่านเพิ่มเติม ร้อยไหมจมูก สามารถทำได้จริงไหม

ร้อยไหมกี่วันถึงจะเห็นผล

ผลลัพธ์ที่ได้อาจคงอยู่ประมาณ 3-6 เดือน หรือ 1-2 ปี ใบหน้าจะเข้าที่ได้รูปชัดเจนในช่วงประมาณ 1 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของไหม ยกตัวอย่างไหมโครงตาข่าย จะสามารถเห็นผลชัดเจนได้ทันที และจะสามารถอยู่ได้นานถึง 2-3 ปีเลยทีเดียว

ผลข้างเคียงของการร้อยไหม

ผลข้างเคียงที่สามารถเจอได้ทั่วไปหลังจากการร้อยไหมคือ อาการบวมช้ำ อาจมีมาก มีน้อยหรือไม่มีเลย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคในการร้อย ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณไหมที่ใช้ รวมไปถึงขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์ด้วยว่าจะสามารถลดความบอบช้ำให้ได้มากเพียงใด 

ผลข้างเคียงที่ไม่เป็นอันตราย

เป็นผลข้างเคียงที่สามารถพบเจอได้ ถ้าหากมีอาการดังกล่าวก็ไม่มีอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อแก้ไขโดยด่วน

  • ใบหน้าไม่เท่ากัน : หลังจากร้อยไหมอาจมีโอกาสที่ใบหน้าไม่เท่ากันจากการร้อยไหมได้ เกิดจากความไม่ชำนาญของแพทยผู้ร้อยไหม
  • การติดเชื้อ : ปัญหาการติดเชื้อมักเกิดจากความไม่สะอาดระหว่างการหัตถการ อาจมีการอักเสบติดเชื้อได้ถ้าทําไม่ถูกต้อง
  • การอักเสบของเนื้อเยื่อ : เนื่องจากไหมจะถูกร้อยลงไปที่บริเวณผิวหนังชั้นค่อนข้างลึก จึงเสี่ยงทำให้เกิดกลุ่มเนื้อเยื่อที่อักเสบขึ้นได้
  • ไหมหลุด : เกิดตรงจุดที่เป็นทางเข้าของเส้นไหม โดยมีสาเหตุจากการที่แพทย์ไม่ดันเส้นไหมเข้าไปให้สุด
  • ไหมแตกหัก : เส้นไหมอาจเกิดการแตกหักในระหว่างขั้นตอนการสอดเข้าไปใต้ผิวหนังหรือขณะดึงรัดเส้นไหม

ผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย

หากมีอาการดังต่อไปนี้ ให้รีบติดต่อแพทย์ที่ทำการร้อยไหมโดยด่วน เพราะหากรักษาช้าอาจทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

  • อัมพาต : เส้นประสาทใบหน้าเสียหาย ซึ่งอาจทำให้เป็นอัมพาตที่ใบหน้าและหลอดเลือด
  • ภาวะภูมิไวเกิน : ร่างกายตอบสนองต่อสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้มากกว่าปกติ อาจมาจากการที่ถูกกระตุ้นขณะการร้อยไหม
  • เลือดออก : มาควบคู่กันกับอาการบวม เกิดจากการอักเสบ ติดเชื้อ ทำให้มีการเลือดออกใต้ผิวหนัง

การร้อยไหมเหมาะกับทุกคนหรือไม่

การร้อยไหมนั้นสามารถทำได้ทุกคนหากมีความสนใจและต้องการที่จะร้อยไหมจริงๆ แต่ควรสำรวจตัวเองด้วยว่าปัญหาของใบหน้านั้นเหมาะสมกับการร้อยไหมหรือไม

การร้อยไหม เหมาะกับใคร

อายุที่เหมาะสมกับการร้อยไหม

การร้อยไหมเหมาะกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป เพราะเป็นช่วงวัยที่ผิวหนังไม่หย่อนคล้อยจนเกินไป ไปจนถึงอายุ 60 ปี ผิวต้องไม่ยุบตัว หรือผิวหนังต้องไม่หย่อนคล้อยมากเกินไป โดยสาเหตุของผิวหนังหย่อนมาก เนื่องจากอายุหรือมีน้ำหนักตัวมาก หรือเหมาะกับใครก็ตามที่ต้องการกระชับผิวหน้าโดยที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่อยากพักฟื้นนานหรือมีแผลเป็นจากการผ่าตัด และต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว หากอายุน้อยกว่านี้แล้วรู้สึกว่าใบหน้าหย่อนคล้อยจริงๆ ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

คนที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยของแก้ม

ความหย่อนคล้อยบริเวณแก้มส่งผลให้รูปหน้าดูเกินวัย เหนื่อยล้าอ่อนแรง ซึ่งการร้อยไหมจะช่วยเก็บกระเปาะแก้มได้ มีรูปหน้าไม่เรียวกระชับ ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น หรือใครที่มีปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อยมากๆ และมีการยุบของผิวตามวัย

การร้อยไหม ไม่เหมาะกับใคร

แม้ว่าการร้อยไหมจะปลอดภัย ได้ผลลัพธ์ที่ดีโดยไม่ต้องผ่านการผ่าตัด แต่ก็ยังมีข้อจำกัดสำหรับบุคคลดังนี้ที่ไม่สามารถร้อยไหมได้

ผู้ที่มีโรคประจำตัว

โรคแพ้ภูมิตัวเอง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคไทรอยด์เป็นพิษ เพราะบุคคลที่มีโรคประจำตัวนี้จะอ่อนไหวกับภาวะบวมช้ำและอาจมีผลข้างเคียงอันตรายหากมีการเสียเลือด

ผู้ที่ต้องรับประทานยาประจำตัว

ภาวะที่คนไข้จะต้องกินยาละลายลิ่มเลือดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ASA หรืออาหารเสริม บางประเภท เช่น วิตามินอี แป๊ะก๋วย กระเทียม ต่างๆเหล่านี้ อาจจะทำให้เกิดการเขียวช้ำที่ง่ายและนานกว่าคนอื่นๆ หากต้องการร้อยไหมให้งดรับประทานยาเหล่านี้เป็นเวลา 1-2 อาทิตย์ก่อนเข้ารับการร้อยไหม

ผู้ที่ตั้งครรภ์

ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่ควรหลีกเลี่ยงการร้อยไหม เพราะหากมีผลข้างเคียงขึ้นมาอาจจะกระทบกับตัวเองและเด็กในครรภ์ได้ หากต้องการร้อยไหมอาจต้องให้พ้นช่วงให้นมบุตรไปเสียก่อน อย่างไรก็ตามแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

ร้อยไหม ที่ไหนดี

แนวทางการปฏิบัติตัวก่อนและหลังการร้อยไหม

การจะให้ผลลัพธ์คงอยู่ยาวนาน และแสดงประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่ การดูแลตัวเองทั้งก่อนและหลังจากร้อยไหม ถือเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหากดูแลตัวเองได้ไม่ดี อาจมีผลข้างเคียงตามมาได้ อีกทั้งการดูแลตัวเองหลังการร้อยไหมก็เป็นการถนอมอายุการใช้งานของไหมอีกด้วย

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการร้อยไหม

  • งดให้ใบหน้าโดนแดดแรงๆ เป็นเวลา 2 วัน
  • งดรับประทานยา อาหารเสริม และวิตามินที่มีผลกับการทำงานของเกล็ดเลือด รวมถึงการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน ยาพาวิก เป็นเวลา 2 สัปดาห์
  • งดอาหารเสริมในกลุ่มวิตามินอี เป็นต้น โดยควรงดรับประทานยาและอาหารเสริมเหล่านี้เป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการร้อยไหม
  • งดสูบบุหรี่ 2 สัปดาห์ก่อนและหลังการรักษา
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนการรักษา 5 วัน เพื่อลดการเกิดภาวะแทกซ้อนจากการรักษา
  • ผู้ที่เข้ารับการร้อยไหมจะต้องไม่มีแผลคีลอยด์ ไม่แพ้ยาชา และไม่มีประวัติเป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือดอย่างรุนแรง
  • งดเข้ารับการร้อยไหมในช่วงที่มีประจำเดือน

การดูแลตนเองหลังการร้อยไหม

  • หลังการร้อยไหมให้ใช้น้ำแข็งหรือ Cool Pack ประคบหน้า ในบริเวณที่ทำการร้อยไหม 30 นาที
  • ทานยาป้องกันการอักเสบตามแพทย์สั่ง
  • ทานยาลดอาการบวม 3-5 วัน ตามแพทย์สั่ง
  • หลีกเลี่ยงการนวดหน้า หรือทำให้หน้าได้รับการกระทบ กระเทือนเป็นเวลา 1 สัปดาห์
  • งดการเลเซอร์หน้าหรือซาวน่าเป็นเวลา 4 สัปดาห์
  • กรณีมีปมไหมนูน หรือไหมโผล่ควรให้แพทย์ตัดไหมให้ทันที
    เข้าพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลการร้อยไหมอย่างเคร่งครัด

ร้อยไหม ที่ไหนดี

หลักพิจารณาที่ควรดูว่าจะร้อยไหม ที่ไหนดี คนไข้ต้องการการบริการที่ปลอดภัยและสามารถตอบสนองความต้องการของตนเองได้

สถานที่ต้องมีมาตรฐาน

สถานพยาบาลควรเป็นคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ได้รับมาตฐานตามกฎกระทรวงสาธารณสุขมีการตรวจสอบสถานพยาบาลก่อนเปิด อุปกรณ์เครื่องมือที่พร้อมเพรียง มีความสะอาดตั้งแต่ทางเข้าและทั้งภายในสถานที่

แพทย์มีความเชี่ยวชาญ

การร้อยไหมนั้นเป็นหัตถการที่ต้องดูแลโดยแพทย์เท่านั้น โดยปกติแพทย์จะต้องมีการเทรนเทคนิคการร้อยไหมแต่ละแบบซึ่งเทคนิคการร้อยแตกต่างกันไป และอัพเดทเทคนิคจากบริษัทไหมโดยตรง ตรวจสอบรายชื่อแพทย์ได้ ที่นี่

วัสดุของไหม

การเลือกใช้วัสดุและชนิดของไหมสำคัญมากเช่นเดียวกัน หากใช้ไหมที่ไม่ได้คุณภาพก็ไม่เห็นผลเช่นกัน ซึ่งพบปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นไหมขาดง่าย ไหมเส้นเล็ก ไหมร้อยแล้วไม่ยกขึ้น

ร้อยไหม ชั้นไหน

ร้อยไหมกับฟิลเลอร์

ร้อยไหมกับฟิลเลอร์ เป็นหัตถการที่ช่วยเสริมความงามบนใบหน้า ที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือช่วยแก้ไขใบหน้าที่มีปัญหากลับมาดูดีอีกครั้งและปรุงเสริมเติมแต่งให้สวยงามมากขึ้น ดูอ่อนเยาว์ลง แต่จะแตกต่างกันตรงที่จุดประสงค์ในการเลือกใช้ และปัญหาความต้องการของแต่ละบุคคล เช่น ถ้ามีปัญหาเรื่องใบหน้าหย่อนคล้อย อาจเลือกใช้การร้อยไหม แต่ถ้าหากอยากเติมเต็มใบหน้าให้สดใส อาจเลือกใช้การฉีดฟิลเลอร์ หรือ อาจใช้ร่วมกันก็ได้เพื่อผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น

ฟิลเลอร์

จะมีข้อดีตรงสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid นั้นจะสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ เห็นผลทันที มีความยืดหยุ่นในการปรับแต่ง อยากสวยตรงไหนเติมตรงนั้น ไม่มีอันตรายใดๆ ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังฉีดฟิลเลอร์ อีกทั้งหากไม่พึงพอใจในผลลัพธ์ในการฉีดฟิลเลอร์ ก็สามารถกลับมาหาแพทย์เพื่อให้ฉีดสลายฟีลเลอร์ได้อีกด้วย แต่ความสะดวกสบายก็มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่สูง มีปัญหาเยอะก็ต้องเติมเยอะ อีกทั้งไม่อยู่ถาวรอีกด้วย หากสลายไปแล้วต้องกลับมาเติมฟิลเลอร์อีกครั้ง

ร้อยไหม

ก็มีข้อดีที่คล้ายๆ กับฟิลเลอร์ตรงที่เมื่อร้อยไหมเข้าไปแล้วสามารถเห็นผลได้ทันที และหากใช้ไหมแบบสลาย ก็จะสลายไปเองตามธรรมชาติเช่นกัน แต่การร้อยไหมนอกจากยกกระชับแล้วยังช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้นอีกด้วย ต่างจากฟิลเลอร์ที่เข้าไปเติมเต็มเฉยๆ ไมได้กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดแต่อย่างใด แต่ความเสี่ยงก็มีมากเช่นกัน อย่างที่คุ้นกันดี เช่น ไหมทะลุ ไหมขาด มีโอกาสที่จะเกิดพังผืดขึ้นได้ง่ายกว่า

 

ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับ “การร้อยไหม”

คำถามยอดฮิตที่ถูกสอบถามบ่อยครั้ง หมอจะมาให้คลายความสงสัยของทุกคนกัน

ร้อยไหมแพงไหม

แต่ละคลินิกจะมีราคาร้อยไหมที่แตกต่างกัน การเลือกใช้บริการร้อยไหมไม่ควรเลือกที่มีราคาถูกจนเกินไป ซึ่งจะบ่งบอกถึงวัสดุและคุณภาพของตัวไหมที่ใช้ต้องพิจารณาถึงความสมเหตุสมผลของราคาเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีและเหมาะสม ไม่ควรมีราคาที่ถูกหรือแพงจนเกินไป

แนะนำว่าการเลือกโปรโมชั่นในการร้อยไหมอย่าดูแค่ราคา เราจะต้องสอบถามก่อนว่าไหมมีลักษณะอย่างไร เพราะบางที่ราคาถูกและมีหลายเส้น แต่ไหมเป็นเส้นเรียบไม่มีเงี่ยง ก็จะไม่เห็นผลในเรื่องของการยกกระชับ

ร้อยไหมเจ็บไหม

– อธิบายว่าการร้อยไหมเจ็บไหม หากกลัวเจ็บมีการโปะยาชาให้ไหม

หลาย ๆ คนมักจะกลัวเจ็บ เพราะว่ามีการแทงเข็มเข้าไป ซึ่งจริงๆ แล้วการร้อยไหมไม่เจ็บอย่างที่คิด เพราะในกระบวนการก่อนการร้อยไหมจะมีการแปะหรือทายาชา ประคบเย็นทุกครั้ง ขณะทำและหลังหมดฤทธิ์ยาชาก็ไม่เจ็บอย่างที่คิดด้วย

แต่สำหรับผู้ที่กลัวเจ็บมาก ๆ ควรเลือกแพทย์ที่มีความชำนาญ ซึ่งมักจะมือเบา มือนิ่ง ร้อยไหมได้ตรงจุด ไม่ต้องมีการปรับแก้ไข

กลัวเข็ม สามารถร้อยไหมได้ไหม

เข็มที่ใช้ในการร้อยไหมแบ่งเป็น 2 ชนิดด้วยกันคือชนิดเข็มปลายแหลมและเข็มปลายทู่ ซึ่งจะนำมาใช้ตามความเหมาะสมของปัญหาและสภาพผิวแต่ละคน

ไม่ว่าใครก็สามารถร้อยไหมได้ถ้าหากไม่อยู่ในปัจจัยเสี่ยงอันตรายจากการร้อยไหม แต่การร้อยไหมเหมาะกับคนที่ไม่กลัวเข็มมากกว่า

สรุป

ร้อยไหม คือ หัตถการยกกระชับใบหน้าด้วยการนำไหมเข้าไปร้อยใต้ผิวหนังเพื่อยกชั้นผิวที่หย่อนคล้อยบริเวณต่างๆ ให้กระชับมากขึ้น โดยไหมที่ใช้ก็จะมี 2 แบบใหญ่ คือ ไหมไม่ละลายและไหมละลาย เหมาะสำหรับคนที่มีใบหน้าไม่หย่อนคล้อยมากจนเกินไป ซึ่งการยกกระชับที่ได้ผลจริงคือการร้อยไหมเข้าไปถึงชั้นผิว SMAS

"รวมทุกเรื่องเกี่ยวกับความงาม โดยทีมแพทย์ DoctorsAesthetic"

ทีมแพทย์ RWC