เสริมดั้งอย่างไรให้ปัง ไม่พังในครั้งแรก

ทำดั้ง

โครงหน้าที่สวย ต้องมีความสมบูรณ์และลงตัวในทุกๆ ส่วนของใบหน้า และจมูกก็เป็นส่วนที่เรียกเสน่ห์ได้มาก การเสริมจมูกจึงได้รับความนิยมมากในหมู่คนที่ต้องการอยากสวย เพราะการมีจมูกหรือดั้งที่ดี ช่วยเสริมให้การปรับปรุงในจุดอื่นๆ ของใบหน้าเป็นไปอย่างง่ายมากกว่า เหมือนเป็นการปูพื้นฐานให้กับใบหน้า

สารบัญ

ทำดั้ง คือ

เสริมจมูก คืออะไร

การเสริมจมูกนั้นต้องรู้ถึงปัญหาของจมูกก่อนว่ามีปัญหาเป็นอย่างไร จมูกเบี้ยว ดั้งไม่มี ใหญ่ไป เล็กไป ปลายไม่สวย และที่สำคัญที่สุดคือ รู้ว่าต้องการจมูกหรือดั้งแบบไหน เพราะแพทย์จะคำนึงถึงความพึงพอใจของตัวคนไข้เป็นหลัก แล้วจึงพิจารณาส่วนอื่นๆ ตามมา

การเสริมจมูกเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่เพียงแค่การเสริมซิลิโคนจมูก หรือบวกเทคนิคเติมกระดูกอ่อนที่ปลายจมูกเพื่อให้ดั้งโด่งเท่านั้น แต่ดูที่องค์รวมของจมูกทั้งหมดแล้วปรับตามความเหมาะสม ซึ่งจะใช้เทคนิคต่างๆ เช่น การตัดปีกจมูก การลดฮัมพ์หรือการตกแต่งฐานกระดูกจมูก

  • การตัดปีกจมูก คือ การตกแต่งบริเวณจมูกส่วนล่างให้มีความเหมาะสมกับ บริเวณสันจมูก และจมูกส่วนบน แก้ไขปีกจมูกที่ใหญ่ลดขนาดรูจมูกที่กว้าง และตัดปีกจมูกที่กางออก ปีกจมูก มีโครงสร้างที่สำคัญคือกระดูกอ่อน มีลักษณะคล้ายเป็นแกนในปีกจมูก ทำให้มีรูปทรงอยู่ได้ ถ้ามีความผิดปกติกับกระดูกอ่อนจะทำให้ลักษณะปีกจมูกผิดรูปด้วย
  • การลดฮัมพ์  คือการลดกระดูกฮัมพ์ บริเวณสันจมูกที่นูนออกมา ลักษณะคล้ายกับหลังอูฐ เพื่อลดความโด่งของจมูกลง ทำให้สันจมูกมีความสโลป สันจมูกดูเรียบขึ้น ไม่โก่งนูน ช่วงหัวตาจะดูโค้งอ่อนช้อย ทำให้หน้าหวานขึ้น และช่วยปรับแก้ไขจมูก ลดความคดเอียงของฐานกระดูก ทำให้เหมาะกับการวางซิลิโคนเสริมช่วงสันจมูกได้แนบแน่น
  • การตกแต่งฐานกระดูกจมูก คือ ทำให้ฐานกระดูกแคบเข้าด้วยการทำให้กระดูกแยกออกจากฐานแล้วบีบให้ฐานแคบเข้ามา โดยไม่ได้ไปยุ่งกับกระดูก ส่วนด้านบนหรือด้านใน สามารถบีบได้แคบมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับความหนาของกระดูกแต่ละคน ทำให้จมูกดูโด่งและเป็นธรรมชาติ
โครงสร้างจมูก

รู้จักกับโครงสร้างจมูกก่อนเสริมดั้ง

1. กระดูกแข็ง ได้แก่ กระดูกสันจมูก และกระดูกขากรรไกรบน สองอย่างนี้จะเป็นตัวกำหนดรูปทรงของจมูกทางด้านบน และความกว้างหรือแคบของฐานจมูกทางด้านข้าง

2. กระดูกอ่อน ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่มีความซับซ้อน และบอบบาง ประกอบด้วยกระดูกอ่อนชิ้นเล็กๆจำนวนมากประกอบเข้าด้วยกัน จะเป็นตัวกำหนดรูปทรงของจมูกส่วนล่างและปลายจมูก

3.ชั้นผิวหนัง และไขมัน เป็นชั้นที่อยู่นอกสุดของจมูก ชั้นนี้จะเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดรูปทรงของจมูกด้านนอกและขนาดของปีกจมูก

ทำดั้ง ด้วยวิธีไหนบ้าง

เทคนิคการเสริมจมูก

ตัดปีกจมูก (Alarplasty)

การตัดปีกจมูกเป็นส่วนหนึ่งของการปรับรูปทรงจมูกที่มีปีกจมูกกว้างให้เล็กลง  เป็นการผ่าตัดที่นิยมทำร่วมกับการเสริมจมูกเพื่อทำให้มีรูปทรงของจมูกได้สัดส่วนสวยงามมากยิ่งขึ้น การเปิดแผลผ่าตัดปีกจมูกจะเปิดแผลด้านในของปีกจมูก โดยกรีดโค้งเข้าใต้ฐานปีกจมูก  ตัดเนื้อด้านในออก กว้างประมาณ 2-4 มิลลิเมตรขึ้นอยู่กับความกว้างของปีกจมูกคนไข้ แล้วกรีดโค้งเข้าหาใต้ฐานปีกจมูก

ข้อดี : สามารถลดขนาดด้านข้างของปีกจมูกให้เรียวเล็กลงได้ เหมาะกับคนที่มีปีกจมูกที่บานออกมาด้านข้าง

ข้อเสีย : อาจเกิดรอยแผลเป็นบริเวณฐานจมูก มองเห็นแผลได้ชัดเจน

รองปลายเสริมจมูก

แต่งปลายจมูก (Tip Rhinoplasty)

เป็นการศัลยกรรมเปลี่ยนรูปทรงของปลายจมูก และเนื่องจากปลายจมูกของแต่ละคนก็ต่างกันออกไป ศัลยแพทย์จะต้องวิเคราะห์ว่าปลายจมูกใหม่จะสวยงามเข้ากับส่วนอื่นของจมูกหรือไม่ รับกับองค์ประกอบโดยรวมของใบหน้า

ข้อดี ช่วยป้องกันปลายจมูกทะลุ ทำให้ปลายจมูกสวยมนได้รูปเป็นธรรมชาติ

ข้อเสีย ทรงจมูกเดิมของคนไข้ต้องได้รูปพอสมควร เพราะหากปลายกลม หรือปลายงุ้ม จะต้องมีการใช้เทคนิคอื่นๆ ในการแก้ไขร่วมด้วย

ตะไบฮัมพ์ (Nasal Hump Reduction)

กระดูกฮัมพ์สูงส่งผลให้จมูกมีลักษณะโก่งงอ หรืองุ้มผิดรูป การตะไบจมูก หรือเหลาฮัมพ์ จึงเข้ามามีส่วนช่วยในการแก้ปัญหาเหล่านี้และปรับทรงจมูกให้สวยขึ้นได้ นอกจากนั้นการปรับทรงจมูกจากการเหลาฮัมพ์ออกไปยังช่วยลดความแข็งของใบหน้า ส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนหวานมากยิ่งขึ้น 

ข้อดี : ป้องกันการเคลื่อนที่ของซิลิโคน และโอกาสการเบี้ยวเอียง เพราะเมื่อสันจมูกเราเรียบ จะสามารถวางซิลิโคนได้แนบชิดจมูกมากยิ่งขึ้น

ข้อเสีย : ต้องใช้ความระมัดระวังในการทำ จึงควรเลือกแพทย์ที่ชำนาญในการตะไบ

เสริมจมูก ตะไบฮัมพ์

วิธีการเสริมจมูก

การเสริมจมูกในปัจจุบันจะถูกแบ่งออกมาได้หลากหลายประเภทมากๆ แต่ที่นิยมกันที่สุดคือการใช้กระดูกอ่อนและซิลิโคน

1.การเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังหู

การเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังหู เป็นการใช้กระดูกอ่อนส่วนที่เว้าของใบหูด้านใน นำมาใช้เป็นโครงสร้างของจมูก โดยจะได้กระดูกอ่อนที่มีคุณภาพ และรูปทรงที่โค้งใกล้เคียงกับจมูกโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระดูกส่วนปลายจมูก

2.การเสริมจมูกโดยเนื้อเยื่อก้นกบ

การเสริมจมูกโดยเนื้อเยื่อก้นกบ เป็นการใช้ไขมันและหนังกำพร้าตรงตำแหน่งที่สามารถซ่อนแผลได้ มาเพิ่มปริมาตรของจมูก ได้หนังที่เป็นชิ้นหน้าเหมาะกับการเพิ่มปริมาตรและแก้ไขความไม่เสมอกันของปลายจมูกหรือสันจมูก

3.การเสริมจมูกโดยกระดูกอ่อนซี่โครง

การเสริมจมูกโดยกระดูกอ่อนซี่โครง คือ การนำกระดูกอ่อนช่วงที่ 5-7 ของซี่โครงที่แข็งแรง ได้กระดูกอ่อนที่มากพอที่จะแก้ไขปัญหาภายในจมูกมาทำการช่วยพยุงโครงสร้างของจมูก

เสริมจมูก ราคา

รองปลายจมูกด้วยเนื้อเยื่อตัวเอง vs เนื้อเยื่อเทียม

เนื้อเยื่อตัวเอง หรือ กระดูกอ่อนหลังหูของตัวเองที่อยู่บริเวณกึ่งกลางของกระดูกหู โดยเอากระดูกอ่อนหลังใบหูมารองเนื้อปลายจมูกเพราะหากใช้ซิลิโคนอย่างเดียวเพื่อเพิ่มปลายจมูก จะเสี่ยงต่อการทะลุได้ จึงต้องใช้กระดูกอ่อนหลังใบหูมาช่วยเสริมรองตำแหน่งปลายจมูกเอาไว้

เนื้อเยื่อเทียม คือ วัสดุที่สังเคราะห์ขึ้นจากคอลลาเจน เป็นแผ่นนิ่ม ๆ คล้ายฟองน้ำ สามารถนำมาใช้เสริมเพื่อรองปลายเพื่อกันทะลุ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการแก้จมูกจากปัญหาผิวหนังบาง ใกล้ทะลุ หรือ คนที่เสริมใหม่เเละต้องการให้มีปลายที่ยาวขึ้น และมีผิวหนังเดิมที่ค่อนข้างน้อย บาง หรือเคยผ่านการฉีดสารเติมเต็มเพื่อเสริมจมูกมาก่อน

ทำดั้ง ใช้ซี่โครง

เสริมจมูกด้วยซิลิโคน

1.ซิลิโคนเสริมจมูกชนิดขึ้นรูปชนิดพิเศษ

เป็นซิลิโคนเสริมจมูก ที่ขึ้นรูปสำเร็จ เหมาะกับผู้ที่เสริมจมูกเป็นครั้งแรก หรือ ในรายที่ต้องการผ่าตัดแก้ไขจมูก ศัลยกรรมจมูกที่ไม่มีความผิดปกติของจมูกมาก

2.ซิลิโคนเสริมจมูกชนิดเหลา

เป็นซิลิโคนเสริมจมูกที่ยังไม่ได้ผ่าตัดขึ้นรูปมาก่อนจึงทำให้ศัลยแพทย์สามารถศัลยกรรมจมูก ออกแบบ และวางแผนได้ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการได้ดีมากขึ้น แต่ต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทางขั้นสูง เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาจมูก เช่น จมูกแกนเอียง

ทำดั้ง แบบเหลาซิลิโคน

ประเภทของการเสริมจมูก

1.เสริมจมูกแบบปิด

เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมจมูกแบบปิด จะทำการเปิดแผลภายในจมูก เพื่อที่จะเข้าไปแก้ไขความผิดปกติหรือการเพิ่มปริมาตรจมูก โดยใส่ซิลิโคนเพื่อเพิ่มปริมาตร เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อจมูกปกติจนกระทั่งถึงผู้ที่มีเนื้อจมูกหนา โดยไม่มีความผิดปกติของโครงจมูกส่วนอื่น และต้องการเสริมจมูกโดยเฉพาะสันจมูกและปลายจมูกเล็กน้อย

ข้อดีของการเสริมจมูกแบบปิด

  • เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมที่ใช้เวลาไม่นาน
  • ไม่ต้องวางยาสลบ เพียงแต่ฉีดยาชาเฉพาะบริเวณจมูก
  • ค่ารักษาไม่แพง ค่าทำศัลยกรรมตกแต่งไม่แพง
  • ผลการผ่าตัดออกมาจมูกสวย ผลการผ่าตัดมักเป็นที่น่าพอใจ ได้จมูกสวยงามเหมาะสมกับรูปหน้า
  • ใช้เวลาในการพักฟื้นเพียงระยะสั้น ๆ

ข้อเสียของการทำจมูกแบบปิด

  • เมื่อเทียบความเป็นไปได้ในแง่ความเสี่ยงของการเกิดจมูกเบี้ยวแล้ว มีโอกาสที่อาจเกิดจมูกเบี้ยวมากกว่าการเสริมจมูกแบบเปิด
  • แก้ไขปัญหาจมูกได้เพียงบางปัญหาเท่านั้น แต่กรณีปัญหาในเรื่องจมูกใหญ่และจมูกสั้นวิธีนี้จะไม่สามารถแก้ปัญหาได้
  • เป็นวิธีที่ยากต่อการแก้ไข และมีข้อจำกัดว่าคนไข้ต้องมีเนื้อเยื่อบริเวณจมูกที่มากกว่าการผ่าตัดทำจมูกแบบปิด
เสริมจมูกแบบเปิด

2.เสริมจมูกแบบเปิด

เป็นการศัลยกรรมจมูกที่จะเปิดทำการผ่าตัดเข้าไปจัดการแก้ไขโครงร่างกระดูกและกระดูกอ่อนของจมูก โดยการผ่าตัดนี้จะช่วยให้ศัลยแพทย์เห็นโครงร่างจมูกได้ชัดเจนและแก้ไขสิ่งผิดปกติได้ เหมาะกับผู้ที่ต้องการอยากแก้ไขความผิดปกติของจมูกเช่น ต้องการแก้ไขความเอียงของกระดูกจมูก หรือต้องการแก้ไขความผิดปกติของปลายจมูก

ข้อดีของการเสริมจมูกแบบเปิด

  • เป็นวิธีการเสริมจมูกแบบธรรมชาติ สามารถปรับแต่งจมูกให้ดูกลมกลืนไปกับใบหน้าได้อย่างสวยงาม
  • สามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างจมูกได้อย่างตรงจุด
  • ลดความกังวลเรื่องการเกิดจมูกเบี้ยว ซึ่งมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นน้อยมาก
  • ลดโอกาสที่จะเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อได้เป็นอย่างดี
  • สามารถตกแต่งโดยรองปลายจมูกเพื่อป้องกันจมูกทะลุได้ในการผ่าตัดคราวเดียวกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์เป็นกรณีไป
  • สามารถปรับแต่งจมูกเพื่อแก้ปัญหา กระดูกคดเบี้ยวผิดรูป จมูกฮัมพ์ (สันจมูกปูด) จมูกสั้น

ข้อเสียการทำจมูกแบบเปิด

  • เป็นการผ่าตัดที่ต้องใช้ยาสลบ
  • เป็นการผ่าตัดที่ใช้ระยะเวลานานกว่าวิธีเสริมจมูกแบบปิด
  • อาจมีอาการบวมช้ำหลังการผ่าตัดนานกว่าการผ่าตัดทำจมูกแบบปิด และใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า
  • เป็นการเสริมจมูกที่มีราคาค่อนข้างสูง
  • การผ่าตัดแบบเปิดไม่เหมาะกับคนไข้ที่มีประวัติเป็นแผลเป็นง่าย หรือเคยเป็นแผลเป็นคีลอยด์มาก่อน
ทำดั้ง ด้วยการฉีดฟิลเลอร์

วิธีทำดั้งแบบอื่นๆ

การฟิลเลอร์จมูก

การใช้สารไฮยารูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) เข้าไปเพื่อเสริมแต่ง โดยปกติจะนิยมใช้สำหรับปรับสภาพผิวหน้า ซึ่งนอกจากสารไฮยารูโรนิก แอซิด จะใช้เติมเต็มผิวหนังได้แล้ว มันยังสามารถเติมเต็มเข้าไปยังจมูกเพื่อปรับรูป ทำให้จมูกโด่งได้รูปมากยิ่งขึ้น

เหมาะกับคนที่มีสัดส่วนของจมูกที่สมส่วนอยู่แล้ว แต่ต้องการให้ดูมีมิติสวยงามมากยิ่งขึ้น ด้วยการฉีดฟิลเลอร์จมูก เพื่อเติมปลายหยดน้ำ ตอบโจทย์คนที่ไม่ต้องการผ่าตัด ไม่ต้องการสิ่งแปลกปลอมอย่างวัสดุเสริมเข้าสู่ร่างกาย ไม่ต้องการพักฟื้นจากการผ่าตัด แต่ไม่ให้ผลลัพธ์ถาวรเหมือนการผ่าตัดทำศัลยกรรม ต้องมาฉีดฟิลเลอร์จมูกซ้ำเป็นระยะ ๆ เพื่อคงรูปร่างจมูกที่สวยงามไว้

ทำดั้ง ด้วยการร้อยไหมจมูก

การร้อยไหมจมูก

เป็นการนำไหมละลายร้อยเข้าไปในจมูก เพื่อให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจนในผิวที่มากขึ้น โดยการร้อยไหมจมูกนั้น จะเหมาะกับคนที่มีเนื้อจมูกน้อยและปีกจมูกกว้าง ช่วยให้ดั้งดูโด่งเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องศัลยกรรม ไม่ต้องกลัวทะลุ นอกจากนี้การร้อยไหมยังสามารถทำได้แบบเฉพาะจุดอีกด้วย เช่น สามารถเติมเต็มเฉพาะบริเวณสันจมูกให้ชัดได้ สามารถปรับแก้รูปทรงเฉพาะส่วนปลายจมูกให้เชิดขึ้นได้ หรือจะเก็บปีกจมูกให้เล็กลงก็สามารถทำได้เช่นกัน

ฉีดไขมันขมูก

เป็นการใช้ไขมันภายในร่างกายของเราแทนสารเติมเต็มอื่นเพื่อเสริมจมูกให้ดูโด่งขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดจมูก มีความปลอดภัยและไม่มีความเสี่ยงที่จมูกจะทะลุหรือเบี้ยวผิดทรง เหมือนกับการเสริมจมูกด้วยซิลิโคน แต่เนื่องด้วยไขมันเป็นสารเติมเต็มจากธรรมชาติของร่างกาย จึงมีการเสื่อมสลายตามธรรมชาติ ต้องมีการมาเติมไขมันเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้จมูกเสียทรง

ฉีดฟิลเลอร์ ห้ามกินอะไร

เตรียมตัวก่อนผ่าตัดเสริมจมูก

  • งดหรือเลิกสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 4 สัปดาห์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในคืนก่อนผ่าตัด
  • งดทานวิตามินเสริม, อาหารเสริม รวมถึงกลุ่มยาที่มีผลต่อการหยุดเลือดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
  • ควรงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัดที่ใช้ยาสลบ
  • ใส่เสื้อผ้าที่หลวมสบาย ถอดใส่ง่าย สำหรับการเสริมจมูกควรเป็นเสื้อที่มีกระดุม เพราะไม่ต้องถอดผ่านศีรษะ
  • งดการแต่งหน้าก่อนผ่าตัดบริเวณใบหน้า
การเสริมจมูก

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดเสริมจมูก

  • ควรหนุนศีรษะด้วยหมอนสูง 2-3 วัน เพื่อลดอาการบวม
  • ควรประคบเย็น 4-5 วัน เพื่อให้เลือดหยุดไหล ป้องการการเกิดเลือดออก และลดความเสี่ยงในการเกิดพังผืดในระดับรุนแรง ซึ่งส่งผลให้จมูกเบี้ยวได้
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้ หรืออาหารที่ทำให้หน้าบวมแดง เช่น อาหารร้อนจัด เผ็ดจัด รวมไปถึงงดสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอลด์ด้วย
  • ควรหาวันหยุดประมาณ 2 สัปดาห์เพื่อพักฟื้น และอาจใช้เวลาหลายเดือนก่อนที่จะเห็นผลของการผ่าตัดทั้งหมด โดยอาจใช้เวลาถึง 6 เดือนกว่าอาการบวมจะหายไปอย่างสมบูรณ์
  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อน ทำให้แผลเปียก การจามทางปาก การสัมผัสจมูก (แคะ แกะ เกา ขยี้) และสถานที่ที่เต็มไปด้วยฝุ่น หรือควัน เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคือง หรือเกิดการติดเชื้อได้
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก มีแรงกระแทก หรือเล่นกีฬา เป็นเวลา 4-6 สัปดาห์

สรุป

การเสริมจมูก ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ มีหลากหลายรูปแบบวิธีรองรับแล้วแต่ความสะดวกของตัวเอง มีทั้งแบบถาวรและชั่วคราว ถ้าใครอยากลองทำหรือกลัวการผ่าตัดอาจลองเสริมดั้งแบบชั่วคราว หรือถ้าต้องการมีดั้งสวยๆ เจ็บครั้งเดียวจบ ก็ไปทำเสริมแบบถาวร ที่สำคัญที่สุดเลือกสถานที่ทำดั้งให้น่าเชื่อถือและมีความปลอดภัย

"รวมทุกเรื่องเกี่ยวกับความงาม โดยทีมแพทย์ DoctorsAesthetic"

คุณหมอขนม DoctorsAesthetic

หมอขนม

ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
Restylane Trianer

คุณหมอแนน DoctorsAesthetic

หมอแนน

อภันตรี ทองคำวงศ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
MSc. Dermatology

คุณหมอเเซนดี้ DoctorsAesthetic

หมอแซนดี้

ธัญชนก ปุญญโชติ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
MSc. Dermatology

คุณหมออ้อน DoctorsAesthetic

หมออ้อน

อิษฎา ตระกูลสุข
แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย
Anti-aging