ฉีดฟิลเลอร์ เจ็บหรือไม่ ?

ฉีดฟิลเลอร์ เจ็บหรือไม่

การฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการหนึ่งที่ต้องใช้เข็มในการเติมเต็ม จึงทำให้มีหลายคนกังวลว่าฉีดฟิลเลอร์แล้วจะเจ็บไหม หรือมีผลข้างเคียงอะไรที่ต้องกังวลจากการฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่ควรจะกังวล เพราะถึงแม้ว่าการฉีดฟิลเลอร์จะเป็นหัตถการที่ปลอดภัย แต่ก็ไม่ควรละเลยอันตรายและผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดก็ได้

สารบัญ

ฉีดฟิลเลอร์ หน้าผาก ราคา

ฉีดฟิลเลอร์ เจ็บไหม

ถ้าตอบว่าไม่เจ็บเลยคงเป็นเรื่องโกหก เพราะไม่ว่าหัตถการใดๆ ต้องมีความเจ็บอยู่แล้ว แต่เรียกว่าเป็นความเจ็บที่สามารถทนได้ ทั้งระหว่างทำและหลังทำ และจากเสียงตอบรับจากลูกค้าส่วนใหญ่บอกว่าจะเจ็บในขั้นตอนที่ฉีดยาชาเท่านั้น ถ้าฉีดยาชาแล้วจะไม่ค่อยรู้สึกเจ็บ เนื่องจากการเข้ารับบริการการฉีดฟิลเลอร์ นั้นมีขั้นตอนการทายาชา โดยออกฤทธิ์โดยระงับการทำงานของระบบประสาท ทำให้ผิวหนัง และเนื้อเยื่อบริเวณโดยรอบที่ทายาไร้ความรู้สึกชั่วคราว นำมาใช้เพื่อระงับอาการปวดตามตำแหน่งต่าง ๆ

ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดระหว่างการฉีดฟิลเลอร์ รวมไปถึงตัวของฟิลเลอร์เองมีส่วนผสมของยาชา (Lidocane) อยู่ด้วย ดังนั้นระหว่างการฉีดฟิลเลอร์ สามารถมั่นใจได้ว่าแทบจะไม่รู้สึกเจ็บเลย รวมทั้งหลังยาชาหมดฤทธิ์แล้ว ก็จะไม่มีความรู้สึกเจ็บเช่นกัน

แพ้ฟิลเลอร์

ผลข้างเคียงหลังจากฉีดฟิลเลอร์

หลังจากฉีดฟิลเลอร์ไป ผิวของเราอาจจะมีความเซ็นต์ซิทีฟมากกว่าปกติ ด้วยรอยเข็มหลายๆ รูบนหน้า การโดนความร้อนอาจทำให้เกิดรอยแดง ระคายเคืองและผื่นขึ้นได้

เป็นผื่นลมพิษแบบรุนแรง (Angioedema) : สามารถพบได้น้อยมาก ซึ่งหากมีอาการคนไข้ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาแบบทันที

แพ้ฟิลเลอร์แบบก้อนนูนแดง อักเสบ : หลังจากการฉีดฟิลเลอร์ผ่านไปแล้วหลายเดือนหลายปี ซึ่งอาการแพ้แบบนี้พบได้น้อยมาก โดยอาจจะขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของคนไข้ด้วย เมื่อพบอาการดังกล่าวไม่ควรกดนวดด้วยตัวเอง ควรพบแพทย์ผู้ทำการหัตถการให้เพื่อทำการแก้ไข

ติดเชื้อภายหลังการฉีดฟิลเลอร์ : โดยอาจจะแดง ร้อน ปวด มีหนองบริเวณที่ฉีด โดยในกรณีนี้ อาจจะเกิดจากการที่ท่านเลือกคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือ เทคนิคการฉีดไม่ถูกต้อง อุปกรณ์ไม่สะอาด

หลอดเลือดเกิดการอุดตัน : เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ผิดตำแหน่ง ฉีดโดนบริเวณหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดเกิดการอุดตันจนนำไปสู่บริเวณที่เส้นเลือดนั้นมาเลี้ยงเกิดอาการเนื้อตายได้ (Necrosis)

ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอด : เกิดจากการที่ฟิลเลอร์นั้นเข้าไปบีบ กด หลอดเลือดแดง ที่มีแขนงต่อไปที่หลอดเลือดแดงที่เลี้ยงจอประสาทตา ทำให้สูญเสียการมองเห็นได้

ฉีดฟิลเลอร์แล้วต้องกลับมาฉีดซ้ำหรือไม่ ?

ถ้าต้องการคงผลลัพธ์ที่ต้องการเหมือนเดิมทุกประการ จำเป็นต้องไปเติมฟิลเลอร์เพื่อให้ผลลัพธ์เหมือนเดิม เพราะฟิลเลอร์แท้ที่ฉีดเข้าไป ก็จะสลายหายไปเองจนหมดสิ้นโดยไม่ทิ้งสิ่งตกค้างเอาไว้บนผิว จึงมั่นใจได้ว่า หลังจากที่ฟิลเลอร์สลายไปแล้ว จะไม่มีสิ่งแปลกปลอมใดหลงเหลืออยู่

สำหรับใครที่กลัวว่าหลังจากฟิลเลอร์แล้วไม่กลับมาฉีด ไม่ต้องกังวลว่าผิวหน้าจะเหี่ยวลงกว่าเดิม เพราะสารฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปในผิวหน้า มีคุณสมบัติการช่วยเติมเต็มผิวหน้าที่มีร่องรอยบริเวณต่างๆ ให้กระชับมากขึ้น แม้จะสลายไปแล้วก็ยังมีผลพลอยได้คือการฟื้นฟูสภาพผิวของคนไข้ให้ดีกว่าเดิม ทำให้บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์นั้นดีขึ้นแม้ไม่ได้รับการเติมเต็มต่อ

ข้อควรปฏิบัติหลังการฉีดฟิลเลอร์

หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์

ห้ามนวด กด รวมถึงการสัมผัสแรงๆในบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปเคลื่อนที่ไปจากบริเวณที่ฉีด และในบางเคสแพทย์ใช้การฉีดฟิลเลอร์เพื่อยกหน้า การนวดทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่แพทย์วางแผนไว้หรือทำให้ไม่ได้ผล ทั้งนี้หากหลังฉีดฟิลเลอร์คนไข้มีอาการคันหรือระคายเคือง ห้ามเกาโดยเด็ดขาดเพราะอาจทำให้เสี่ยงต่อการอักเสบของผิวได้ หากอาการคันไม่หายไปภายใน 3 วัน ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อความปลอดภัย

ห้ามโดนแสงแดด หลังฉีด

หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด และความร้อน

ช่วง 48 ชั่วโมงแรก แพทย์จะแนะนำไม่ให้ผู้เข้ารับการฉีดฟิลเลอร์โดนความร้อนที่มีอุณหภูมิสูง เช่นการเข้าห้องซาวน่า ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะความร้อนจะทำให้ฟิลเลอร์สลยอย่างที่ใครๆพูดกัน แต่ความร้อนทำให้ผิวยืดหดมากกว่าปกติ ส่งผลต่องการเซทตัวของฟิลเลอร์

หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเสริมบางชนิด หรือใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนประกอบของกรดผลไม้

ควรหลีกเลี่ยงการทานวิตามิน เช่น กิงโกะ น้ำมันพริมโรส กระเทียม โสม และวิตามินอี ทั้งก่อนและหลังการฉีดฟิลเลอร์ ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าสารเหล่านั้นจะทำปฎิกริยาหรือส่งผลร้ายกับการฉีดฟิลเลอร์ แต่สารเหล่านั้นจะทำให้คนไข้เสี่ยงกับ “ภาวะช้ำ” ได้ง่ายกว่าปกติ นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนประกอบของ AHA BHA หรือ Retinoids ก็อาจทำให้เกิดการระคายเคืองกับผิวและบริเวณที่ฉีดสารฟิลเลอร์ได้อีกด้วย

ฟิลเลอร์

หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด

ควรหลีกเลี่ยงยาที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน และยาแก้อักเสบบางชนิด ทั้งก่อนและหลังการฉีดฟิลเลอร์ เพราะการฉีดฟิลเลอร์เป็นการฉีดลงไปในผิวหนังชั้นลึก ถ้าเกิดโดนเส้นเลือดขณะฉีดอาจทำให้เลือดหยุดไหลช้าทำให้ช้ำง่ายกว่าปกติ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย และไม่เสี่ยงช้ำควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาดังกล่าวอย่างน้อย 1 สัปดาห์

หลีกเลี่ยงการแว๊กซ์ ถอน ย้อมสีขน หรือใช้ครีมกำจัดขน

หลังจากฉีดฟิลเลอร์แล้วผิวหนังบริเวณที่ฉีดอาจมีความบอบบางลงชั่วคราว ประมาณ 2 – 3 วัน ซึ่งหากในระหว่างนี้มีการกำจัดขนด้วยวิธีต่าง ๆ เช่นการแว๊กซ์ขน ถอนขน ใช้ครีมกำจัดขน หรือทำการย้อมสีเส้นขน ก็อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง เสี่ยงต่อการอักเสบและติดเชื้อได้

หลังเสริมจมูก ห้ามอะไรบ้าง
ต้องดื้มน้ำหลังฉีดฟิลเลอร์

ดื่มน้ำมาก ๆ

ฟิลเลอร์คือสารไฮยาลูลอนิคซึ่งมีฤทธิ์ในการอุ้มน้ำได้ดี หลังจากฉีดฟิลเลอร์ในช่วง 4 – 5 วันแรก แพทย์จึงแนะนำให้ดื่มน้ำให้อย่างน้อยวันละ 8 – 10 แก้ว หรือประมาณ 2 ลิตรต่อวันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีและคงทน  เพราะการดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยให้ฟิลเลอร์ที่เป็นสารอุ้มน้ำมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นและทำให้บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ดูเต็มเป็นธรรมชาติ

หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

หลังจากฉีดฟิลเลอร์แนะนำให้งดการดื่มแอลกอลฮอล์ และของมึนเมา อาจจะเผลอนวด เผลอเท้าคางได้ และการดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เลือดสูบฉีด อาจจะทำให้เลือกออกในบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ได้

สรุป

ฉีดฟิลเลอร์ เจ็บไหม ต้องบอกว่ามีความเจ็บเพียงเล็กน้อยในขั้นตอนการฉีดยาชาเท่านั้น จากนั้นก็จะไม่รู้สึกอะไรอีกจากฤทธิ์ของยาชา อยู่ในระดับที่ทนได้ และจะรู้สึกถึงการเคลื่อนตัวเล็กน้อยตอนที่กำลังฉีดฟิลเลอร์เข้าไป

"รวมทุกเรื่องเกี่ยวกับความงาม โดยทีมแพทย์ DoctorsAesthetic"

คุณหมอขนม DoctorsAesthetic

หมอขนม

ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
Restylane Trianer

คุณหมอแนน DoctorsAesthetic

หมอแนน

อภันตรี ทองคำวงศ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
MSc. Dermatology

คุณหมอเเซนดี้ DoctorsAesthetic

หมอแซนดี้

ธัญชนก ปุญญโชติ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
MSc. Dermatology

คุณหมออ้อน DoctorsAesthetic

หมออ้อน

อิษฎา ตระกูลสุข
แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย
Anti-aging

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *