ฟิลเลอร์จมูก

สารบัญ

ฟิลเลอร์ ใต้ตา บวมไหม

ปัญหาจมูก

แต่ละคนมีปัญหาจมูกที่แตกต่างกันออกไป โดยปัญหาส่วนใหญ่ คือ การมีรูปทรงจมูกที่ไม่รับกับใบหน้า ส่งผลให้รู้สึกขาดความมั่นใจ  เช่น จมูกไม่มีสันทำให้หน้าไม่มีมิติ หรือบางคนมีใบหน้าเล็กแต่กลับมีจมูกที่ใหญ่ ทำให้หน้าไม่ได้สัดส่วน ซึ่งในจุดนี้ คนไข้ไม่ต้องกังวลว่าตนเองจำเป็นต้องรับการศัลยกรรมเพื่อให้ได้จมูกที่โด่งสวยเข้ากับใบหน้า เพราะการฉีดฟิลเลอร์จมูกจะช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ วันนี้ หมอจะขอแนะนำรูปทรงจมูกแบบต่าง ๆ ที่สามารถใช้ฟิลเลอร์ปรับแก้ได้ตามความเหมาะสม

1. จมูกเรียบแบบราบ

เป็นกลุ่มที่เหมาะสำหรับการฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปดั้งและสันจมูกให้สูงขึ้น โดยการฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณเพียงเล็กน้อยบริเวณเนื้อเยื่ออ่อนในตำแหน่งส่วนกลางของจมูก แล้วปั้นให้เกิดรูปทรง

2. จมูกโตเป็นลูกชมพู่

สำหรับผู้ที่มีปัญหาปลายจมูกใหญ่เกินไปจนคล้ายกับผลชมพู่ สามารถฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปทรงจมูกให้เล็กลงและมีสัดส่วนที่เหมาะสมมากขึ้นได้

3. จมูกเบี้ยวผิดรูป

การฉีดฟิลเลอร์สามารถเติมเต็มเนื้อเยื่อบริเวณจมูกที่ขาดหายไปได้ ดังนั้นจึงสามารถปรับรูปทรงจมูกที่เบี้ยวให้มีความสมส่วนสวยงามมากขึ้นได้

4. จมูกที่ไม่สมส่วนจากการศัลยกรรม

ปัญหาจมูกที่ไม่ได้สัดส่วนเนื่องมาจากการศัลยกรรมที่ผิดพลาด เช่น ปีกจมูกบิดเบี้ยว หรือปลายจมูกแหลมและงุ้มมากจนเหมือนแม่มด ย่อมเป็นปัญหาที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่หากเกิดขึ้นแล้ว ผู้เข้ารับบริการไม่ต้องกังวลว่าตนเองจะต้องเจ็บตัวเพิ่มจากการผ่าตัดแก้ เพราะหมอสามารถฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปทรงจมูกให้เข้าที่เข้าทางมากขึ้นได้

ฟิลเลอร์จมูก คืออะไร

ฟิลเลอร์จมูกคืออะไร ช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างไร

การฉีดฟิลเลอร์จมูก คือการฉีดสารเติมเต็มที่ได้จากธรรมชาติอย่าง Hyaluronic Acid เข้าบริเวณใต้ชั้นผิว และปรับแต่งรูปทรงจมูกด้วยการปั้นให้เป็นทรงที่เข้ากับใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ ฟิลเลอร์จมูก เป็นอีกหนึ่งหัตถการที่ได้รับความนิยมในการเสริมจมูก

เสมือนเป็นการจำลองการศัลยกรรมจมูกแบบผ่าตัด หากไม่ทราบว่าจมูกแบบใดที่เข้ากับใบหน้าของเรา ก็สามารถเลือกที่จะมาฉีดฟิลเลอร์จมูกก่อนได้ โดยแพทย์จะฉีดฟิลเลอร์เข้าไปที่บริเวณสันจมูกหรือเนื้อจมูกเพื่อปรับรูปให้ดูโด่งขึ้น และยังสามารถใช้เสริมปลายจมูก ให้ดูสวยขึ้น ทำให้จมูกดูมีมิติสวยและเป็นทรงมากขึ้นอีกด้วย

ฟิลเลอร์จมูก ราคา

ฉีดฟิลเลอร์จมูกอยู่ได้นานแค่ไหน

เนื่องจากการฉีดฟิลเลอร์จมูกไม่สามารถอยู่ได้อย่างถาวร  ส่วนใหญ่จะมีอายุราว 1 ปี หลังจากนั้นสารฟิลเลอร์จะสลายหายไปเองตามธรรมชาติ ดังนั้น ผู้ที่ต้องการคงรูปทรงของจมูกให้อยู่ในสภาพเดิมจำเป็นต้องกลับมาฉีดซ้ำอีกครั้ง ซึ่งฟิลเลอร์ได้รับมาตรฐานการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) และประเทศไทย

นอกจากนี้ ปัจจัยที่ส่งผลต่ออายุของสารฟิลเลอร์ยังขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของตัวลูกค้าเองด้วยเช่นกัน หากผู้เข้ารับบริการดูแลตัวเองไม่เหมาะสม เช่น ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ อยู่ในสถานที่ที่มีอุณหภูมิสูงหรือออกกำลังกายอย่างหนักหลังการฉีด ก็อาจทำให้สารฟิลเลอร์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ฟิลเลอร์ไม่สามารถคงสภาพอยู่ในระยะเวลาที่เหมาะสมได้

ข้อดีและข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์จมูก

ในส่วนนี้ หมอจะให้ข้อมูลที่หลายคนอาจจะสงสัยเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์จมูก เพื่อช่วยในการตัดสินใจ มีดังนี้

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์จมูก

  • เห็นผลทันที
  • ไม่ต้องพักฟื้น
  • ทำให้จมูกโด่งสวยได้รูปโดยไม่ต้องทำการผ่าตัดศัลยกรรม
  • มีความปลอดภัยมากกว่าการทำศัลยกรรม
  • สามารถแก้ไขหรือไปฉีดสลายเพื่อปรับแก้ให้ได้รูปทรงจมูกที่ต้องการ

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์จมูก

  • ผลลัพธ์ไม่ได้อยู่อย่างถาวร
  • ต้องมาฉีดฟิลเลอร์จมูกซ้ำเป็นระยะ ๆ
  • มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและเสียเวลามากขึ้นเพื่อไปเติมฟิลเลอร์
ข้อดีข้องเสีย ฟิลเลอร์จมูก
ฟิลเลอร์ ใต้ตา

ข้อควรระวังในการฉีดฟิลเลอร์จมูก

อย่างที่ทราบกันดีว่าการฉีดฟิลเลอร์จมูกนั้น ไม่ใช่การเสริมจมูกแบบถาวร ดังนั้น ค่าใช้จ่ายในจะสูงกว่าเมื่อเทียบกับการผ่าตัดเสริมในครั้งเดียว เพราะผู้เข้ารับบริการอาจจะต้องการเพิ่มหรือเติมในอนาคต

ข้อห้ามสำหรับการฉีดฟิลเลอร์

  • ผู้มีภาวะอักเสบติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณที่จะฉีด
  • ผู้มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของฟิลเลอร์
  • ผู้มีประวัติแพ้ยาชา
  • ห้ามทำในผู้ตั้งครรภ์
  • หากอยู่ในภาวะเลือดไหลไม่หยุด แพทย์จะพิจารณาตามดุลยพินิจ
  • ในกรณีผู้ที่ให้นมบุตร ควรปรึกษาสูติแพทย์ที่ดูแลก่อนทำ

ข้อปฏิบัติก่อนและหลังการฉีดฟิลเลอร์จมูก

เพื่อให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปบริเวณจมูกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีอายุการใช้งานที่เหมาะสม รวมไปถึงการลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นหลังฉีด หมอจะขอแนะนำวิธีการในการปฏิบัติตัวทั้งก่อนและหลังการฉีดค่ะ

ก่อนทำ ฟิลเลอร์จมูก

ข้อปฏิบัติก่อนฉีดฟิลเลอร์จมูก

  • งดอาหารเสริมหรือยาบางชนิด โดยมีระยะเวลาตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น ยาแอสไพริน (Aspirin) น้ำมันปลา และ วิตามินอี
  • หากต้องการทำเลเซอร์ ให้ทำเลเซอร์ก่อนการฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อย 3 วัน
  • งดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด เช่น การออกกำลังกายอย่างหนัก เป็นเวลา 24 ชั่วโมงก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์
  • หากมีโรคประจำตัวและยาที่กินเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดฟิลเลอร์
หลังทำฟิลเลอร์จมูก

ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์จมูก

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ ไม่ว่าจะเป็น การบีบ การนวด การแกะ การเกา ที่จะไปกระทบกับฟิลเลอร์
  • หลังจากฉีดฟิลเลอร์แนะนำให้งดการทำทรีตเมนต์เป็นเวลา 2 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด เช่น ความร้อนจากไดร์เป่าผมหรือเครื่องทำน้ำอุ่น และกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อนของร่างกาย เช่น การวิ่งออกกำลังกาย อย่างน้อย 48 ชั่วโมง
  • งดการแต่งหน้าหรือการใช้ครีมบำรุง อย่างน้อย 12 ชั่วโมง
  • งดการดื่มแอลกอฮอล์ ประมาณ 2 สัปดาห์
  • ใช้ผ้าเย็นประคบ เพื่อให้ฟิลเลอร์สามารถคงประสิทธิภาพได้นานขึ้น
  • ควรดื่มน้ำในปริมาณมากและดื่มอย่างสม่ำเสมอ วันละ 1.5-2 ลิตร (12 แก้ว) เนื่องจากฟิลเลอร์เป็นสารที่อุ้มน้ำ ดังนั้นการดื่มน้ำจะทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดไปอุ้มน้ำและฟูสวยขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์จมูก อันตรายไหม

การฉีดฟิลเลอร์ถือเป็นหัตถการที่ปลอดภัยมากกว่าการเสริมจมูกแบบอื่น ๆ แต่อย่างไรก็ตาม การฉีด ฟิลเลอร์จมูก ต้องอาศัยความระมัดระวังและความชำนาญของแพทย์ เพราะจมูกถือเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดอยู่มาก หากแพทย์ขาดความชำนาญในการฉีดฟิลเลอร์อาจทำให้เกิดการคลาดเคลื่อนจนจมูกเบี้ยว หรืออาจฉีดเข้าไปผิดจุดซึ่งส่งผลให้สารฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันเส้นเลือดจนทำให้ผู้เข้ารับบริการตาบอดได้ ดังนั้น ก่อนเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์จมูกควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนเพื่อความปลอดภัย

หลังฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์จมูกอย่างปลอดภัย ควรตรวจสอบอะไร

คนไข้ทุกคนต้องการได้รับการบริการที่ปลอดภัยสำหรับตนเองกันทั้งนั้น เพราะไม่มีใครอยากเสียเงินเพื่อเสริมความงาม แต่กลับได้ความปวดหัวไปแทน ดังนั้น หมอจะมาแนะนำว่าคนไข้ควรมองหาอะไรบ้าง ก่อนเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์จมูกที่คลินิกต่าง ๆ มาดูกันค่ะ

1. ตรวจสอบประวัติของแพทย์

แพทย์ที่จะฉีดฟิลเลอร์จมูกให้กับผู้เข้ารับบริการ จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็นความชำนาญในด้านการฉีดฟิลเลอร์ ความรู้ทางกายวิภาค หรือความสามารถในการประเมินรูปร่างของผู้เข้ารับบริการ เพื่อให้สามารถฉีดฟิลเลอร์ในชั้นผิวหนังที่ถูกต้องและในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกายผู้เข้ารับบริการได้ รวมไปถึง ความรู้ทางจิตวิทยา เพื่อใช้ในการพูดคุยกับผู้เข้ารับบริการ และสิ่งสุดท้ายที่แพทย์จะขาดไปไม่ได้เด็ดขาด คือ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

วมฟิลเลอร์ยอดนิยม

2. ตรวจสอบฟิลเลอร์

ผู้เข้ารับบริการควรตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับฟิลเลอร์ชนิดต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน เพื่อให้ตนเองแน่ใจว่าจะได้รับการฉีดด้วยฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid ซึ่งเป็นฟิลเลอร์หนึ่งเดียวที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมไปถึงการหลีกเลี่ยงฟิลเลอร์ราคาถูกที่มีจำหน่ายตามเว็บไซต์ทั่วไป เพราะอาจเป็นฟิลเลอร์ที่นำเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเป็นของปลอม หมดอายุ หรือไม่ได้คุณภาพ

3. สถานที่รับบริการ

ในการเลือกรับบริการ ผู้เข้ารับบริการต้องเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีใบอนุญาตและใบรับรองอย่างถูกต้อง  นอกจากนี้ คลินิกดังกล่าวควรมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อที่จะสามารถให้ความช่วยเหลือกับผู้เข้ารับบริการได้ในทุกกรณี รวมไปถึงพนักงานภายในสถานบริการต้องมีความพร้อมในการให้บริการด้วยความจริงใจ สามารถให้คำปรึกษาแก่คนไข้ได้อย่างครบถ้วน และมีการติดตามผลลัพธ์หลังการทำด้วยความใส่ใจอย่างเต็มที่

ฟิลเลอร์จมูก เจ็บไหม

ฉีดฟิลเลอร์ใช้กี่ CC.

การฉีดฟิลเลอร์จมูกไม่ควรใช้ฟิลเลอร์เกิน 1 CC. เพราะการฉีดฟิลเลอร์จมูกเหมาะกับผู้ที่มีฐานจมูกอยู่แล้ว แต่ต้องการให้ดูมีมิติสวยงามมากยิ่งขึ้น  เพื่อปรับรูปให้จมูกให้สวยสำหรับการเสริมโหงวเฮ้ง

       ปริมาณในการฉีดฟิลเลอร์จมูกจะใช้เท่าไรนั้น จึงขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล เนื่องจากรูปทรงจมูกของแต่ละคนไม่เท่ากัน ส่วนคนที่มีเนื้อจมูกน้อย แพทย์จะไม่แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ เพราะหากมากกว่า 1 CC. จะเหมาะกับการเสริมจมูกด้วยซิลิโคน

การศัลยกรรมจมูก

เนื่องจากการฉีดฟิลเลอร์จมูกเป็นการเสริมความงามที่มีระยะเวลาเพียงชั่วคราวเท่านั้น หากต้องการการปรับแต่งจมูกแบบถาวร หมอขอแนะนำเป็นการเสริมจมูกซึ่งที่ได้รับความนิยมมาก เพราะสามารถเลือกทรงได้หลากหลาย โดยในการผ่าตัดศัลยกรรมจมูกเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีนั้น คนไข้จำเป็นต้องทำกับศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เพราะหากแพทย์ที่ทำการผ่าตัดไม่เชี่ยวชาญมากพอ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ เกิดปัญหาจมูกทะลุ หรือจมูกที่เสริมมาดูไม่เป็นธรรมชาติ โดยการศัลยกรรมจมูกสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบ ดังนี้

1. การศัลยกรรมจมูกแบบเปิด (Open Technique)

เป็นการเปิดแผลที่บริเวณฐานจมูก ใช้วิธีกรีดผ่าจมูกในแนวดิ่ง แล้วทำการแยกเนื้อและผิวหนัง ทำให้หมอเห็นปัญหาของรูปทรงจมูกผู้เข้ารับบริการได้ง่ายขึ้น การเสริมจมูกแบบนี้ถือได้ว่า เป็นการแก้ไขทรงจมูกได้อย่างธรรมชาติ ตรงจุดและสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งช่วยลดโอกาสที่จมูกจะเบี้ยวหรือทะลุในอนาคต แต่ข้อเสียคือต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน มีโอกาสบวมช้ำ และมีราคาสูงมาก

ฟิลเลอร์จมูก อันตรายไหม

2. การศัลยกรรมจมูกแบบปิด (Closed Technique)

เป็นการเสริมจมูกที่นิยมมาก โดยหมอจะกรีดเปิดแผลขนาดเล็กบริเวณด้านในจมูกเพื่อใส่แท่งซิลิโคนตั้งแต่ช่วงสันถึงปลายจมูก เนื่องจากแผลไม่ใหญ่ ทำให้คนไข้ใช้เวลาในการพักฟื้นไม่นาน รวมไปถึงมีราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับการศัลยกรรมแบบเปิด วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่มีเนื้อจมูกเยอะและมีพื้นฐานจมูกเดิมที่ดีอยู่แล้ว แต่ข้อเสียของการเสริมจมูกแบบปิด คือ แพทย์จะไม่เห็นโครงสร้างภายในจมูกทั้งหมด ดังนั้นอาจทำให้จมูกมีโอกาสเอียงและเบี้ยว หรือซิลิโคนทะลุออกมาได้

ส่วนอื่นบนใบหน้าที่นิยมฉีดฟิลเลอร์

นอกจากการฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับทรงจมูกให้รับกับใบหน้ามากยิ่งขึ้นแล้ว ยังมีส่วนอื่นบนใบหน้าที่สามารถฉีดฟิลเลอร์เพื่อเสริมแต่ง ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจและดึงเสน่ห์ของผู้เข้ารับบริการออกมาได้ มีอวัยวะไหนกันอีกบ้าง ไปดูกันเลย

1. หน้าผาก

          เนื่องจากการผ่าตัดเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคนต้องใช้เวลาในการพักฟื้นที่นาน ทั้งยังดูแลรักษายาก และสร้างรอยแผลขนาดใหญ่ หมอจึงมักแนะนำให้ผู้เข้ารับบริการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเพื่อปรับรูปทรงให้โหนกสวยและเสริมโหงวเฮ้งในการรับทรัพย์มากกว่า

2. ใต้ตา

การฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตานิยมมากในคนที่มีปัญหาริ้วรอยใต้ตาหรือร่องตาลึก เพื่อเติมพื้นที่ให้หน้าดูอ่อนวัยลงมา นอกจากนี้ สำหรับใครที่เบื่อการลงคอนซีลเลอร์เพื่อปกปิดรอยคล้ำใต้ตาแบบหมีแพนด้าแล้ว การฉีดฟิลเลอร์ก็สามารถแก้ปัญหานี้ได้เช่นกันค่ะ

3. แก้ม

ปัญหาใบหน้าดูเหนื่อยล้าและแก่กว่าวัยบางครั้งเกิดจากการมีแก้มที่ตอบโดยมีสาเหตุมาจากการยุบตัวของชั้นกล้ามเนื้อหรือไขมันบริเวณแก้มทั้งสองข้างค่ะ ดังนั้น การฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบที่ช่วยเติมเต็มเนื้อบริเวณแก้มให้ฟูขึ้น จะช่วยผู้เข้ารับบริการในการแก้ใบหน้าให้กลับมาดูสนใสและอ่อนกว่าวัยได้

4. ร่องแก้ม

เมื่อเรามีอายุที่มากขึ้น ร่องแก้มหรือรอยพับที่เป็นเส้นเฉียงจากปีกจมูกลงมาถึงมุมปากทั้งสองข้างจะมีความลึกขึ้น ในการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเพื่อเติมเต็มร่องริ้วรอยนี้ จะช่วยให้ใบหน้าของผู้เข้ารับบริการดูเด็กลง ลดความกังวลในการยิ้มและการเข้าสังคม

5. ปาก

การฉีดฟิลเลอร์บริเวณปากนิยมมากเพื่อทำให้ปากเป็นกระจับสวยได้รูป ซึ่งนอกจากจะทำให้ริมฝีปากดูน่าจุ๊บแล้ว ยังทำให้ใบหน้าดูสวยหวานขึ้นอีกด้วย

6. คาง

          สำหรับใครที่ประสบปัญหาคางเบี้ยว คางตัด หรือคางบุ๋ม แต่ต้องการให้ใบหน้าตนเองเรียวสวยได้สัดส่วนทองคำ การฉีดฟิลเลอร์เติมคางจะเข้ามาเติมส่วนที่ขาดหายและช่วยปรับรูปใบหน้าให้ตรงกับความปรารถนาของให้คุณได้

สรุป

ในการฉีดฟิลเลอร์จมูก จำเป็นต้องคำนึงถึงความเสี่ยงที่จะตามมาหากไม่ได้รับการฉีดจากแพทย์เฉพาะทางหรือการใช้ฟิลเลอร์ปลอมในการฉีด รวมไปถึงต้องทราบว่าการฉีดฟิลเลอร์จมูก เป็นการเสริมจมูกได้เพียงในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เพราะฟิลเลอร์จะสลายได้เองตามธรรมชาติ

"รวมทุกเรื่องเกี่ยวกับความงาม โดยทีมแพทย์ DoctorsAesthetic"

ทีมแพทย์ RWC