ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

สารบัญ

หมดปัญหาร่องแก้มลึกเป็นเส้น ด้วยฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ปัญหาร่องแก้ม เกิดจากอะไร

ร่องแก้ม เป็นเส้นร่องที่อยู่บริเวณระหว่างจมูกกับมุมปากทั้งสองข้าง สามารถเห็นได้ชัดจากการยิ้มหรือการแสดงสีหน้า โดยสาเหตุหลักของการเกิดร่องแก้มนั้นมาจากการเสื่อมภาพของคอลลาเจนและอีลาสตินที่อยู่ใต้ผิว ทำให้เกิดจากการความหย่อนคล้อยของผิวและเห็นเป็นร่องแก้ม แต่ยังมีสาเหตุอื่นที่ไปกระตุ้นการเกิดร่องแก้ม ดังนี้

การยุบตัวของกระดูกบนใบหน้า

เกิดจากการยุบตัวของกระดูก และการเปลี่ยนแปลงชั้นไขมัน คอลลาเจนและอีลาสตินที่อยู่ใต้ผิวเกิดเสื่อมประสิทธิภาพ ทำให้เกิดเป็นร่องแก้ม ส่งผลให้ใบหน้าดูเหนื่อยและโทรมตลอดเวลา

การแสดงสีหน้า

การยิ้มหรือหัวเราะบ่อย ๆ จะทำให้กล้ามเนื้อที่ดึงร่องแก้ม มีความแข็งแรงเกินไป จนทำให้เกิดร่องมุมปากลึก เห็นเป็นริ้วรอยบริเวณร่องแก้มได้ชัดเจน

พฤติกรรมในการใช้ชีวิต

ความเครียด,การนอนตะแคงข้างใดข้างหนึ่งเป็นเวลานาน, การดูดน้ำด้วยหลอดเป็นประจำที่สามารถก่อให้เกิดใบหน้าหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึกได้ เพราะเป็นพฤติกรรมที่ใช้กล้ามเนื้อบริเวณร่องแก้มบ่อยครั้ง รวมไปถึงการสูบบุหรี่ก็เป็นสาเหตุได้เช่นกันจากสารเคมีในบุหรี่อาจทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน (Elastin) ในผิวหนัง ทำให้ผิวเกิดความหย่อนคล้อยและเหี่ยวย่น

ปัจจัยภายนอก

ปัจจัยภายนอกจากสภาพแวดล้อมเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดร่องแก้ม โดยหลักแล้วจะส่งผลให้ชั้นผิวบางลง เช่น แสงแดด และมลภาวะ

Hyaluronic Acid

สาเหตุของการเกิดร่องแก้มลึก

สาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอย ร่องลึกบริเวณร่องแก้ม นั้นเกิดได้จากหลายปัจจัยด้วยกัน ได้แบ่งออกเป็น 4 สาเหตุ ดังนี้

1. การยุบตัวลงของกระดูกบริเวณใต้ตา

เกิดจากการยุบตัวลงของกระดูกใต้ตา ในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป ทำให้แก้มห้อยย้อย เนื้อแก้มด้านบนหย่อนลงมากองที่เหนือร่องแก้ม ทำให้ร่องแก้มดูลึก สามารถแก้ไขได้ด้วยการเติมฟิลเลอร์ร่องแก้ม และ ฟิลเลอร์ใต้ตา ร่วมด้วย โดยฉีดยกผิวในชั้นกระดูกเพื่อดึงโครงสร้างผิวโดยรวมทั้งหมดขึ้นไปด้านบน จะทำให้เนื้อแก้มที่กองเหนือร่องแก้มเป็นก้อนน้อยลง และร่องแก้มตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ หากฉีดฟิลเลอร์ที่ร่องแก้มเพียงอย่างเดียว ก็จะทำให้ร่องแก้มแย่ลงกว่าเดิมได้ เนื้อจะยิ่งกองบริเวณเหนือร่องแก้มเป็นก้อนมากขึ้น หน้าจะดูอูม ๆ หน้าอ้วน ดูผิดธรรมชาติ

2. การยุบตัวของกระดูกบริเวณร่องแก้มโดยตรง

สาเหตุนี้พบในคนที่อายุ 20-30 ปี เพราะร่องแก้มยังไม่ลึกมาก สามารถแก้ไขด้วยการเติมฟิลเลอร์ที่ร่องแก้มเพียงอย่างเดียวได้ โดยฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มลงในชั้นกระดูกใต้กล้ามเนื้อและต้องฉีดในจุดที่ต่ำกว่าร่องแก้มเล็กน้อย เพื่อป้องกันการดึงของกล้ามเนื้อที่ใช้ยิ้ม

3. การยิ้มบ่อย ๆ จนกล้ามเนื้อที่ดึงร่องแก้มแข็งแรงเกินไป

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ที่ไหนดี
  • สามารถใช้โบท็อกเทคนิค Dermotoxin แก้ไขได้ แต่ไม่ควรแก้ด้วยโบท็อกทั้ง 100% เพราะจะทำให้การยิ้มดูแข็งๆไม่เป็นธรรมชาติ ควรแก้ด้วยโบท็อกแค่ 50% และที่เหลือแก้ด้วยการเติมฟิลเลอร์เทคนิค Myomodulation จะช่วยให้ร่องแก้มตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า
  • Dermotoxin คือ การฉีดโบท็อกปริมาณที่น้อยมาก ๆ ลงในชั้นผิวหนัง เพื่อให้เส้นใยของกล้ามเนื้อที่มาเกาะกับผิวหนังชั้นบนคลายตัว โดยที่ไม่ทำให้กล้ามเนื้อชั้นล่างคลายไปด้วย เพราะในบางจุดถ้ากล้ามเนื้อคลายตัวมากเกินไป เช่น บริเวณร่องแก้ม ก็จะทำให้การยิ้มดูผิดธรรมชาติยิ้มแข็ง ๆ ได้
  • Myomodulation คือ การใช้ฟิลเลอร์ฉีดหนุน หรือฉีดกดกล้ามเนื้อ จะสามารถควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อได้บางส่วน ไม่แข็งเกินไปทำให้ผลออกมาดูเป็นธรรมชาติ และอยู่ได้นานกว่าโบท็อกซ์

4. ผิวแห้ง หรือตากแดดบ่อย ชั้นผิวบางลง

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม อัตรายไหม

    ลักษณะเป็นริ้ว ๆ ตื้น ๆ ที่ร่องแก้ม สามารถใช้ฟิลเลอร์เติมความชุ่มชื้นลงในชั้นผิวหนังได้โดยตรง ควรเลือกใช้ฟิลเลอร์โมเลกุลเล็กเพื่อให้เรียนเนียนไปกับผิวไม่เป็นก้อน 

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม แก้ไขปัญหาร่องแก้มได้อย่างไร

วิธีการรักษาร่องแก้ม คือต้องเติมเต็ม Hyaluronic Acid ในส่วนที่สูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินด้วยการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณร่องแก้ม โดยสารเติมเต็มชนิดนี้จะทำหน้าที่ช่วยกักเก็บน้ำไว้ในชั้นใต้ผิวหนังของเรา เพื่อเติมเต็มช่องว่างในชั้นเซลล์ผิว ทำให้ร่องแก้มลึกที่แสดงถึงความมีอายุนั้นตื้น ชุ่มชื้น ดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม เติมเต็มช่องว่างในชั้นผิว

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ใช้กี่ CC. ถึงจะเห็นผล

สำหรับปัญหาร่องแก้มที่ไม่มากนัก ร่องแก้มยังไม่ค่อยลึก สามารถใช้ฟิลเลอร์เพียง 0.5-1 cc. ก็สามารถเติมร่องแก้มให้เต็มได้ แต่ถ้าวินิจฉัยว่ามีปัจจัยอื่นๆ ร่วม รวมกับปัญหาร่องแก้มที่ชัดเจน ร่องลึก อาจมีใช้ถึง 2-3 cc. ขึ้นอยู่กับลักษณะของร่องแก้ม

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล เพราะแต่ละคนมีความแตกต่างของร่องแก้มที่ไม่เหมือนกัน สำหรับใครที่มีเนื้อเหนือร่องแก้มค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร่องแก้มดูลึก ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแบบปกติ อาจส่งผลให้ฟิลเลอร์ไปกองเหนือร่องแก้มจนกลายเป็นก้อนนูน ส่งผลให้ร่องแก้มดูลึกขึ้นมากกว่าเดิม ซึ่งในลักษณะเช่นนี้อาจจะต้องฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ตามด้วยการลดเนื้อเหนือแก้ม

การเติมร่องแก้มด้วยฟิลเลอร์ สามารถอยู่ได้นานเท่าไร

ฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid ซึ่งมีอายุมาตรฐานอยู่ที่ 18-24 เดือน และจะค่อยๆ สลายหายไปตามธรรมชาติ 100% ไม่มีตกค้างเหลือภายในร่างกาย โดยอายุของฟิลเลอร์ร่องแก้มจะยืดหยุ่นตามพฤติกรรมการใช้ชีวิต หากปฏิบัติตามข้อแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ก็จะสามารถยืดอายุของฟิลเลอร์ได้นานมากยิ่งขึ้น

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ยี่ห้อไหนดี

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ยี่ห้อไหนดีที่สุด

บริเวณร่องแก้มเป็นบริเวณที่มีการขยับของกล้ามเนื้อบ่อย การเลือกฟิลเลอร์ที่สามารถทนต่อแรงขยับได้ มีความยืดหยุ่นสูง จึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการเติมเต็มร่องแก้ม

  • Juvederm Ultra Plus : เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่มและฟูมากทำให้เต็มสวย เหมาะกับการเติมร่องแก้ม อยู่ได้นาน 12 เดือน
  • Juvederm Voluma : เป็นฟิลเลอร์เนื้อแข็งและฟูปานกลาง มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับการเติมใต้ตา ร่องแก้ม ได้อย่างเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นาน 18 เดือน
  • Juvederm Volift : เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม มีความละเอียดมากกว่ารุ่น Ultraplus เหมาะกับคนผิวบาง ร่องแก้มไม่ลึกมาก และเก็บรายละเอียดร่องแก้มชั้นตื้น อยู่ได้นาน 18 เดือน
  • Restylane Volyme : นิยมนำมาใช้ในการรักษาในตำแหน่งที่ต้องการการเติมเต็มที่สมบูรณ์แบบ เช่น บริเวณแก้มตอบ ร่องแก้ม อยู่ได้นาน 15-18 เดือน
  • Restylane Defyne : มีความนิ่มปานกลางและยืดหยุ่นที่สูง อยู่ได้นาน 12-15 เดือน
  • Belotero Intense : เป็นกล่องสีชมพู มีคุณสมบัติในเรื่องความยืดหยุ่นสูง จึงทำให้รุ่นนี้นิยมใช้สำหรับบริเวณที่มีการขยับบ่อยๆ
ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ดีไหม

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม อันตรายหรือไม่

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มนั้นไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด หากฉีดด้วยฟิลเลอร์แท้ และฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพราะแพทย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถประเมินสาเหตุและปัญหาเพื่อการแก้ไขร่องแก้มลึกได้ตรงจุด ถ้าแก้ผิดวิธีและฉีดผิดชั้นผิว อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่น่ากลัวตามมาได้ เช่น

ฟิลเลอร์เป็นก้อน

เมื่อฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มในตำแหน่งชั้นที่ไม่ถูกต้อง มีโอกาสจับตัวเป็นก้อนสูงมาก เกิดจากการที่แพทย์ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ซึ่งอาจเกิดความผิดพลาดร้ายแรงตามมาได้ เช่น ฟิลเลอร์อุดตันเส้นเลือด

เนื้อตาย

เนื้อเยื่อตาย เป็นอาการที่เนื้อเยื่อบริเวณข้างเคียงที่ฉีด ฟิลเลอร์ร่องแก้ม เกิดความเสียหาย จากการที่ฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันเส้นเลือด ทำให้เกิดผลกระทบต่างๆ ต่อเนื้อเยื่อ หากเกิดกรณีนี้ขึ้นควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วนที่สุด ไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะเกิดอันตรายตามมาได้

ตาบอด

อันตรายที่ร้ายแรงที่สุดในการฉีดฟิลเลอร์ คือ อาการตาบอด ซึ่งเป็นผลข้างเคียงมาจากการที่ฟิลเลอร์อุดตันเส้นเลือด จนเลือดไม่สามารถหล่อเลี้ยงดวงตาได้ รวมไปถึงการใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม ต้องศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจฉีด และเลือกฉีดด้วยสารฟิลเลอร์ของแท้ ที่ได้มาตรฐานและมีการรับรองความปลอดภัยจาก อย.

ปัจจัยที่ทำให้เกิดร่องแก้ม สามารถแก้ไขได้ด้วยฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอย่างปลอดภัย ควรตรวจสอบอะไรบ้าง

การที่จะฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอย่างปลอดภัย นั้นมีปัจจัยที่ควรคำนึงถึง 3 ประการ ดังนี้

ตรวจสอบประวัติของแพทย์

แพทย์ผู้ที่จะฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มให้กับคนไข้ จำเป็นจะต้องเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านตจวิทยาและด้านการฉีดฟิลเลอร์ มีความรู้ทางกายวิภาค มีเทคนิคการฉีดต้องถูกต้องเหมาะสม มีการประเมินรูปร่างคนไข้ว่าต้องฉีดมากน้อยเพียงใด ฉีดสารในชั้นผิวหนังที่ถูกต้อง ด้วยปริมาณที่เหมาะสม และแพทย์มีใบอนุญาตการประกอบการหรือไม่

การตรวจสอบรายชื่อแพทย์กับแพทยสภา ที่นี่

ตรวจสอบฟิลเลอร์

ผู้เข้่รับบริการควรหาและตรวจสอบข้อมูล เกี่ยวกับฟิลเลอร์ชนิดต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน โดยต้องแน่ใจว่าจะได้รับการฉีดฟิลเลอร์ด้วยฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid ซึ่งเป็นฟิลเลอร์หนึ่งเดียวที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ควรสังเกตฟิลเลอร์ราคาถูกที่มีจำหน่ายตามเว็บไซต์ทั่วไป เพราะฟิลเลอร์เหล่านั้นอาจถูกนำเข้าอย่างผิดกฎหมาย เพราะเสี่ยงที่จะเป็นฟิลเลอร์ปลอม หมดอายุ หรือไม่ได้คุณภาพ

สถานที่รับบริการ

สถานที่ที่เข้าไปรับบริการหรือคลินิกเสริมความงามต่างๆ ต้องเป็นสถานพยาบาลที่เป็นไปตามมาตรฐาน มีใบอนุญาตและได้รับการรับการอนุญาตอย่างถูกต้อง มีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยและสามารถให้ความช่วยเหลือกับคนไข้ในกรณีฉุกเฉินได้ รวมไปถึงพนักงานภายในสถานบริการต้องมีความพร้อมในการให้บริการ ด้วยความจริงใจและสามารถให้คำปรึกษาแก่คนไข้ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง มีการติดตามผลลัพธ์หลังทำด้วยความใส่ใจ

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

  • ผลลัพธ์ของริ้วรอยบริเวณร่องแก้มที่ดูตื้นขึ้น
  • ผิวหน้าที่กระชับขึ้นทันทีหลังจากฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มครั้งแรก
  • สามารถสลายหายไปตามธรรมชาติ และไม่ทิ้งสารตกค้างเอาไว้บนผิวหน้า
  • เป็นนวัตกรรมการเสริมความงามที่มีความปลอดภัยกับผิวหน้ามากที่สุด
การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

  • ผลลัพธ์อยู่ชั่วคราว ไม่ถาวร
  • หากฟิลเลอร์ร่องแก้มสลาย ปัญหาร่องแก้มอาจจะกลับมาเหมือนเดิม
  • ต้องกลับมาฉีดซ้ำเรื่อยๆ เมื่อฟิลเลอร์สลาย จึงทำให้เสียเวลาเสียเงินเพิ่ม

ข้อปฏิบัติก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

  • งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของลิ่มเลือด เช่น แอสไพริน, NSAIDs อย่างน้อย 7 วัน
  • งดอาหารเสริมบางชนิด เช่น น้ำมันปลา , น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส, กระเทียม ,วิตามินอี
  • หากต้องการทำเลเซอร์ ให้ทำเลเซอร์ก่อนการฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อย 3 วัน
  • งดการดื่มแอลกฮอล์และกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด เป็นเวลา 24 ชั่วโมงก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
  • งดการสครับผิวหน้าหรือแวกซ์ขนบริเวณที่ต้องฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อย 7 วัน
  • หากมีโรคประจำตัว ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้ง
ก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ ไม่ว่าจะเป็น การบีบ การนวด การแกะ การเกา ที่จะไปกระทบกับฟิลเลอร์
  • หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อนของร่างกาย อย่างน้อย 48 ชั่วโมง
  • งดการนวดหน้าหรือขยับกล้ามเนื้อใบหน้าบ่อยหลังฉีดฟิลเลอร์ เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เกิดการเคลื่อนที่และไม่เกาะผิวได้
  • งดการแต่งหน้าหรือการใช้ครีมบำรุง อย่างน้อย 12 ชั่วโมง
  • หลังจากฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแนะนำให้งดการทำทรีทเม้นท์เป็นเวลา 2 สัปดาห์
  • ควรดื่มน้ำในปริมาณมากและดื่มอย่างสม่ำเสมอ วันละ 1.5-2 ลิตร (12 แก้ว) เพราะฟิลเลอร์เป็นสารที่อุ้มน้ำ ฟิลเลอร์ร่องแก้มที่ฉีดไปอุ้มน้ำและฟูขึ้น
วิธีลดร่องแก้ม นอกจากการฟิลเลอร์ร่องแก้ม

วิธีอื่นที่ช่วยลดร่องแก้ม

การปรับพฤติกรรม

  • นอนหงาย

การนอนอย่างถูกวิธีด้วยการนอนหงายเป็นการป้องกันและลดการเกิดริ้วรอย

  • ลดการใช้กล้ามเนื้อบริเวณแก้ม

การใช้กล้ามเนื้อบ่อยครั้งอาจทำให้เกิดริ้วรอยตามมาได้ เพราะสาเหตุหลักของการเกิดร่องแก้มก็มาจากการหัวเราะหรือยิ้มมากจนเกินไป

  • ใช้ผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอย

การใช้ผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอยเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ง่ายและสะดวก เพราะนอกจากช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า ยังสามารถฟื้นฟูผิวได้ด้วย

  • บริหารกล้ามเนื้อบนใบหน้า

การออกกำลังกายหน้า หรือการบริหารกล้ามเนื้อบนใบหน้า จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และกระชับกล้ามเนื้อ

ข้อปฏิบัติก่อนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ทำหัตถการความงาม

  • ใช้เครื่องนวดหน้า หรือทำเลเซอร์

นอกจากจะทาครีมบำรุงและกันแดดแล้ว การลดร่องลึกด้วยการใช้เครื่องนวดหน้ากระตุ้นผิวให้ซ่อมแซมตัวเองก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งได้ หรือทำเลเซอร์ลดร่องแก้มเลยก็จะเห็นผลได้ไวขึ้น

  • การฉีดโบท็อกซ์

การฉีดโบท็อกสามารถช่วยยกกระชับร่องแก้มลึก แก้มหย่อนคล้อย ให้เต่งตึงและดูกระชับได้ ด้วยการยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณร่องแก้ม

  • การร้อยไหม

การร้อยไหม เหมาะสำหรับคนที่มีแก้มหย่อนคล้อย เมื่อแก้มถูกยกกระชับจะทำให้ร่องแก้มลึกดูยกขึ้นด้วย ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินให้ผิวดูเต่งตึงขึ้น

  • การสร้างคอลลาเจนจากเกล็ดเลือด (PRP – Platelet Rich Plasma)

เติมเต็มใบหน้า ร่องแก้ม ลดปัญหาริ้วรอยให้ดูอ่อนเยาว์เป็นธรรมชาติ ด้วยเกล็ดเลือดจากร่างกายตัวเอง ปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง และยังสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันใจ

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม คืออะไร
  • สารเติมเต็มที่สร้างจาก Stem cell

คุณสมบัติของสเต็มเซลล์คือทำหน้าที่ซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงโครงสร้างชั้นผิว ให้กำเนิดเซลล์ใหม่เพื่อมาทดแทนเซลล์เก่า ซึ่งจะช่วยฟิ้นฟูผิวที่มีริ้วรอย ร่องแก้มต่างๆ ให้ตื้นขึ้น

  • Fractional RF Microneedle

เป็นการปล่อยคลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) ในรูปแบบของ Fractional ทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวชั้นบน ในขณะที่พลังงานลงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวหนังชั้นล่าง ทำให้ริ้วรอย และหลุมสิวตื้นขึ้น รูขุมขน กระชับขึ้น ผิวเรียบเนียนตึงกระชับ ความยืดหยุ่นของผิวดีขึ้น

  • การศัลยกรรม

การผ่าตัดลดร่องแก้ม ด้วยการเสริมซิลิโคนบริเวณใต้ร่องแก้มเพื่อที่จะหนุนไม่ให้ผิวหนังบริเวณร่องแก้มนั้นเกิดเป็นร่องลึกขึ้นได้อีก แต่มีความเสี่ยงที่จะเกิด การติดเชื้อ ซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่ง

คำถามที่มักพบบ่อย

การเติมร่องแก้มด้วยฟิลเลอร์ สามารถอยู่ได้นานเท่าไร

ฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid ซึ่งมีอายุมาตรฐานอยู่ที่ 18-24 เดือน และจะค่อยๆ สลายหายไปตามธรรมชาติ 100% ไม่มีตกค้างเหลือภายในร่างกาย โดยอายุของฟิลเลอร์ร่องแก้มจะยืดหยุ่นตามพฤติกรรมการใช้ชีวิต หากปฏิบัติตามข้อแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ก็จะสามารถยืดอายุของฟิลเลอร์ได้นานมากยิ่งขึ้น

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ใช้กี่ CC. ถึงจะเห็นผล

สำหรับปัญหาร่องแก้มที่ไม่มากนัก ร่องแก้มยังไม่ค่อยลึก สามารถใช้ฟิลเลอร์เพียง 0.5-1 cc. ก็สามารถเติมร่องแก้มให้เต็มได้ แต่ถ้าวินิจฉัยว่ามีปัจจัยอื่นๆ ร่วม รวมกับปัญหาร่องแก้มที่ชัดเจน ร่องลึก อาจมีใช้ถึง 2-3 cc. ขึ้นอยู่กับลักษณะของร่องแก้ม

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล เพราะแต่ละคนมีความแตกต่างของร่องแก้มที่ไม่เหมือนกัน สำหรับใครที่มีเนื้อเหนือร่องแก้มค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร่องแก้มดูลึก ดังนั้นการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแบบปกติ อาจส่งผลให้ฟิลเลอร์ไปกองเหนือร่องแก้มจนกลายเป็นก้อนนูน ส่งผลให้ร่องแก้มดูลึกขึ้นมากกว่าเดิม ซึ่งในลักษณะเช่นนี้อาจจะต้องฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ตามด้วยการลดเนื้อเหนือแก้ม

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ยี่ห้อไหนดีที่สุด

บริเวณร่องแก้มเป็นบริเวณที่มีการขยับของกล้ามเนื้อบ่อย การเลือกฟิลเลอร์ที่สามารถทนต่อแรงขยับได้ มีความยืดหยุ่นสูง จึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการเติมเต็มร่องแก้ม

  • Juvederm Ultra Plus : เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่มและฟูมากทำให้เต็มสวย เหมาะกับการเติมร่องแก้ม อยู่ได้นาน 12 เดือน
  • Juvederm Voluma : เป็นฟิลเลอร์เนื้อแข็งและฟูปานกลาง มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับการเติมใต้ตา ร่องแก้ม ได้อย่างเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นาน 18 เดือน
  • Juvederm Volift : เป็นฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม มีความละเอียดมากกว่ารุ่น Ultraplus เหมาะกับคนผิวบาง ร่องแก้มไม่ลึกมาก และเก็บรายละเอียดร่องแก้มชั้นตื้น อยู่ได้นาน 18 เดือน
  • Restylane Volyme : นิยมนำมาใช้ในการรักษาในตำแหน่งที่ต้องการการเติมเต็มที่สมบูรณ์แบบ เช่น บริเวณแก้มตอบ ร่องแก้ม อยู่ได้นาน 15-18 เดือน
  • Restylane Defyne : มีความนิ่มปานกลางและยืดหยุ่นที่สูง อยู่ได้นาน 12-15 เดือน
  • Belotero Intense : เป็นกล่องสีชมพู มีคุณสมบัติในเรื่องความยืดหยุ่นสูง จึงทำให้รุ่นนี้นิยมใช้สำหรับบริเวณที่มีการขยับบ่อยๆ

สรุป

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เป็นการฉีดสาร Hyaluronic Acid เข้าไป เติมร่องแก้มให้เรียบเนียน แต่หมอแนะนำให้ใช้ฟิลเลอร์เนื้ออ่อน ทนต่อการขยับได้ดี เพราะบริเวณร่องแก้มเป็นบริเวณที่มีการขยับบ่อย ที่สำคัญที่สุดต้องเลือกฟิลเลอร์แท้ที่ได้มาตรฐานและผ่าน อย.

"รวมทุกเรื่องเกี่ยวกับความงาม โดยทีมแพทย์ DoctorsAesthetic"

ทีมแพทย์ RWC