รอยแตกลาย ปัญหาผิวกายที่หลายคนต้องเผชิญ!

เมื่อร่างกายของเราเจริญเติบโตขึ้น อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายก็ต้องขยายตาม บางครั้งอาจเจริญเติบโตไวจนผิวหนังเติบโตตามไม่ทันกล้ามเนื้อและกระดูก เกิดเป็นรอยแตกลายที่พบเห็นได้ สามารถพบเจอได้ในวัยรุ่น หรือหญิงตั้งครรภ์ ไปจนถึงผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน ก็จะพบรอยแตกลายได้

สารบัญ

  • รอยแตกลาย คืออะไร
  • สาเหตุของรอยแตกลาย
  • ลักษณะของรอยแตกลาย
  • ตำแหน่งที่มักเกิดปัญหารอยแตกลาย
  • วิธีรักษารอยแตกลาย
  • เลเซอร์ลบรอยแตกลาย Dual Yellow Laser

รอยแตกลาย คืออะไร

เป็นแผลชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นและสังเกตได้ง่าย มองเห็นสีของบริเวณแผลค่อนข้างชัด ปกติสาเหตุหลักที่เกิดลักษณะนี้ก็คือ การฉีกขาดบริเวณผิวหนังแท้ไปจนถึงผิวชั้นกลาง จากกรณีที่ผิวหนังบริเวณนั้นเกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็ว  ผิวหนังจะเกิดรอยเป็นเส้นสีแดงหรือม่วง (ระยะแรก) และจะมีสีอ่อนลงเรื่อย ๆ จนเป็นสีขาวขุ่น (ระยะหลัง)

สาเหตุของรอยแตกลาย

ผิวหนังจะมีคอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ช่วยทำให้ผิวหนังของเราเกิดความยืดหยุ่นเสมอกัน ถ้าผิวของเราขาดคอลลาเจนก็มักจะเกิดอาการผิวแตกลายที่มักพบได้ เช่น การเพิ่มน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว การเข้ารับการผ่าตัดหน้าอก หลังจากการตั้งครรภ์

ลักษณะของรอยแตกลาย

รอยแตกลายบนผิวหนังมักจะมีลักษณะเป็นร่องหรือเป็นลายเส้นขนาน ช่วงแรกๆ รอยแตกลายจะมีลักษณะเป็นแค่ริ้วเส้นสีแดงหรือสีม่วงจางๆ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแลรักษา รอยแตกลายก็จะค่อยๆ มีสีอ่อนลงจนกลายเป็นสีขาว ลักษณะของรอยแตกลายแบ่งออกได้ 4 แบบ ได้แก่

  • Striae rubra คือ รอยแตกลายเส้นสีแดง เป็นรอยแตกลายในระยะแรก รอยแตกลายอาจจะนูนขึ้นจากผิวได้
  • Striae alba คือ รอยแตกลายเส้นสีขาว เป็นรอยแตกลายที่เปลี่ยนจากเส้นสีแดงมาเป็นสีขาว และรอยแตกลายได้ยุบตัวลงบนผิว
  • Striae distensae คือ รอยแตกลายที่มีลักษณะเป็นลายเส้นขนานจากการยืด มักพบในคนที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • Striae atrophicans คือ รอยแตกลายที่มีลักษณะเป็นลายเส้นขนานโดยมีอาการผิวฝ่อ มักพบในคุณแม่หลังคลอด หรือคนที่มีการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว

ตำแหน่งที่มักเกิดปัญหารอยแตกลาย

  • บริเวณหน้าท้อง
  • บริเวณก้น
  • บริเวณเต้านม
  • บริเวณไหล่
  • บริเวณน่อง
  • บริเวณสะโพก
  • บริเวณต้นขา
  • บริเวณต้นแขน

วิธีรักษารอยแตกลาย

การทาครีม

รักษารอยแตกลาย ด้วยการทาครีมที่มีส่วนผสม Tretinoin ซึ่งเป็นส่วนผสมของ Retinoids (วิตามินเอ) จะช่วยให้รอยแตกลายใหม่ๆ จางลงได้ เพราะมีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิวและเสริมสร้างเซลล์ผิวชั้นที่ลึกกว่า ผลข้างเคียงคือทาแล้วผิวอาจแห้ง ลอก หรือแดงได้

การใช้กรดผลไม้ AHA / BHA

รักษารอยแตกลาย ด้วยการใช้กรดผลไม้ AHA และ BHA ทาบริเวณรอยแตกลายเพื่อผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว พร้อมกับกระตุ้นและซ่อมแซมการสร้างเนื้อเยื่อในชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวดูเนียนขึ้น แต่อาจมีผลข้างเคียงคือผิวจะแห้ง ลอก หรือระคายเคืองง่าย

การทำเมโสเทอราปี (Mesotherapy)

รักษารอยแตกลาย ด้วยการทำเมโสเทอราปี (Mesotherapy) คือ การใช้เข็มเล็กๆ ฉีดตัวยาเข้าไปในชั้นผิวเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสมานรอยแตกลายของผิว ทำให้รอยแตกลายดูจางลง และยังช่วยแก้ปัญหาผิวเปลือกส้มได้ด้วย

การฉีดคาร์บ็อกซี่ (Carboxytherapy)

รักษารอยแตกลาย ด้วยการฉีดคาร์บ็อกซี่ (Carboxytherapy) คือ การฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปที่ชั้นหนังแท้ตามแนวร่องแตกลายของผิวหนัง เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวให้ตึงกระชับขึ้น

การทำ RF

รักษารอยแตกลาย ด้วยการทำ RF หรือ Needle RF คือ การใช้เข็มขนาดเล็กส่งตัวยาวิตามินเข้าไปถึงผิวชั้นหนังแท้ เพื่อกระตุ้นการทำงานของคอลลาเจนและอิสลาสติน ช่วยให้ผิวได้ฟื้นฟูตัวเอง ทำให้รอยแตกลายดูจางลงและผิวดูเนียนขึ้น

การทำ Oxy Peel 

การรักษารอยแตกลาย ด้วยการทำ Oxy Peel คือ การใช้นวัตกรรมรูปแบบใหม่ในการรักษารอยแตกลาย ไม่ต้องใช้เข็ม ไม่ต้องเจ็บตัว เพราะเป็นเหมือนเจลทาผิว และมีมาร์คเป็นตัวช่วยทำปฏิกิริยากับชั้นผิว โดยจะใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ช่วยลดรอยแตกลายบนผิวหนัง

การทำเลเซอร์ (Laser)

รักษารอยแตกลาย ด้วยการทำเลเซอร์ (Laser) เป็นวิธีที่เห็นผล 40-60% แต่ต้องแลกกับค่ารักษาที่ค่อนข้างสูง

เลเซอร์ลบรอยแตกลาย Dual Yellow Laser

Dual Yellow Laser ได้ชื่อว่าเป็นเลเซอร์หน้าใส ที่มีประสิทธิภาพในการจัดการรอยแตกลายด้วยเช่นกัน โดยเลเซอร์จะมีแสง 2 ชนิด นั่นก็คือ เลเซอร์สีเหลืองและเลเซอร์สีเขียว เมื่อยิงเข้าไปก็จะเข้าไปทำปฏิกิริยากับรอยแตกลาย ทำให้รอยบริเวณที่ทำการเลเซอร์ดูจางลง ลดความแดงของรอยแตกลาย นอกจากนั้นยังเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังจัดเซลล์ผิวเก่าเพื่อสร้างเซลล์ผิวใหม่มาทดแทน เพื่อปรับให้ผิวเรียบเนียนมากขึ้น

สรุป

ปัญหารอยแตกลายจะหมดไป เมื่อเจอกับ Dual Yellow Laser ตรงเข้าจัดการปัญหารอยแตกลายได้อย่างว่องไวตรงจุด ไม่ต้องทนรอกับการรักษาแบบเดิมๆ ที่ต้องเสียเวลารอยจางลงจากการทาครีม กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน และใช้เวลาในการรักษาน้อยกว่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *