ลบรอยแผลเป็นที่กวนใจให้หายไปด้วย Dual Yellow Laser

รอยตำหนิที่ก่อให้เกิดความกังวลใจแก่เจ้าของร่างกาย คือ ปัญหารอยแผลเป็น มีทั้งรอยแผลเป็นเล็ก รอยแผลเป็นใหญ่ หรือ รอยแผลเป็นที่ยึดติดกับผิวหนัง อาจมีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งสามารถแก้ไขและลบเลือนรอยแผลเป็นให้จางลงได้ด้วย Dual Yellow Laser โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายหรือการเบิร์นไหม้บริเวณผิวที่เกิดรอยแผลเป็น

สารบัญ

  • รอยแผลเป็น เกิดจากสาเหตุใด
  • ประเภทของรอยแผลเป็น
  • วิธีรักษารอยแผลเป็น
  • ข้อควรปฏิบัติเพื่อป้องกันการเกิดรอยแผลเป็น
  • เลเซอร์รอยแผลเป็น Dual Yellow Laser

รอยแผลเป็น เกิดจากสาเหตุใด

รอยแผลเป็น (Scar)  กระบวนการที่ร่างกายสร้างขึ้นในการรักษาตัวเอง โดยพยายามซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นแผลเป็นที่ก่อตัวขึ้นนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเยียวยาตัวเอง เวลาที่ผิวหนังได้รับบาดเจ็บ ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนออกมามากขึ้น เพื่อช่วยรักษาแผลให้เร็วที่สุด ซึ่งเนื้อเยื่อที่มีการสมานตัวแล้วนี้จะไม่มีส่วนประกอบของผิวตามปกติทั้งหมด ทำให้รอยแผลเป็นก็จะไม่เรียบเนียน

ประเภทของรอยแผลเป็น

รอยแผลที่มีขนาดนูนใหญ่ (hypertrophic scar)

รอยลักษณะนี้จะมีลักษณะนูน มีสีแดง มีอาการคัน แต่ขนาดจะไม่มีการขยายออกจากขอบเขตเดิม ๆ โดยส่วนใหญ่มีสาเหตุเกิดมาจากคอลลาเจนบริเวณผิวหนังที่ผลิตออกมามากเกินไป จนเกิดเป็นรอยนูนหนา ซึ่งมักจะจางลงได้เอง แต่ต้องใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 5 ปี ซึ่งลักษณะรอยแผลประเภทนี้มักจะไม่มีอาการเจ็บปวด หรือไม่มีอาการคันในช่วงแรก ๆ และอาจจะมีสีเข้มขึ้น แต่ส่วนนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษารอยแผล

รอยแผลเป็นลักษณะคีลอยด์ (keloid)

สำหรับรอยลักษณะนี้เกิดจากคอลลาเจนในการสร้างเนื้อเยื่อที่เยอะจนเกินไปเช่นเดียวกัน เพียงแต่แผลจะมีการขยายขึ้นเรื่อย ๆ ถึงแม้ว่ารอยจะหายไปแล้วก็ตาม โดยส่วนใหญ่มักจะเกิดบริเวณกระดูกหน้าอกไปถึงแผ่นหลัง ต้นแขน บริเวณหัวไหล่ และบริเวณติ่งหู สำหรับรอยแผลที่นูนขึ้นจากบริเวณผิวหนัง

สังเกตได้ว่าจะมีผิวมันเงา มักจะไม่มีขนขึ้นบริเวณแผล และบางครั้งอาจจะเป็นก้อนลักษณะแข็งหรือนุ่มได้ โดยแผลชนิดนี้ส่วนใหญ่มักจะมีอาการคัน จับแล้วเจ็บ พร้อมกับอาการแสบร้อน ซึ่งมีผลต่อการเคลื่อนไหวของร่างกาย สำหรับรอยแผลในลักษณะนี้ ในกลุ่มผู้ที่มีสีผิวเข้มขึ้นอาจมีประวัติทางด้านพันธุกรรม และอาจจะเป็นเนื้องอกธรรมดาแต่ไม่ใช่มะเร็ง ไม่มีอันตรายใด ๆ

รอยแผลเป็นบุ๋มลึก (depressed scar)

สำหรับรูปแบบรอยจะเป็นลักษณะที่บุ๋มลงไปในชั้นผิวหนังเป็นลักษณะหลุม โดยลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะเกิดจากปัญหาของผู้ที่เป็นสิวรุนแรง เป็นแผลที่เกิดจากสิวอักเสบ รวมไปถึงโรคอีสุกอีใส

รอยแผลเป็นแบบหดรั้ง (scar contracture)

สำหรับรูปแบบรอยจะเป็นลักษณะดึงรั้งบริเวณรอบ ๆ อวัยวะหรือจุดที่เป็นแผล ทำให้เกิดอาการผิดรูป ยกตัวอย่าง รอยที่เกิดจากแผลไฟไหม้ ลักษณะของแผลประเภทนี้อาจจะเกิดภาวะรอยลึกลงไปในชั้นผิว ส่งผลในการกระทบต่อกล้ามเนื้อและบริเวณเส้นประสาทได้

วิธีรักษารอยแผลเป็น

  • ทายา ยาบางชนิดจะมีส่วนประกอบเป็นสารที่ช่วยลดการอักเสบ และลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ผลก็คือ แผลเป็นที่เป็นรอยแดง รอยคล้ำดำ ค่อยๆ จางลง บางชนิดจะเป็นซิลิโคน มีทั้งรูปแบบแผ่นเจลแปะ หรือเป็นเนื้อเจลเหลว ทาเพื่อกดทับบริเวณแผล ที่นูนอยู่จะแบนลง และไม่นูนมากขึ้น แต่ต้องมีวินัยใช้สม่ำเสมอ
  • การผ่าตัด ในกรณีแผลเป็นจากการไหม้ หรือลวกเป็นบริเวณกว้าง และส่งผลให้ขยับข้อ แขน ขา บริเวณนั้นไม่ได้ ศัลยแพทย์ตกแต่งจะช่วยรักษาได้ อาจจะต้องปลูกถ่ายผิวหนังมาจากบริเวณอื่น
  • การทำเลเซอร์ วิธีนี้เป็นวิธีการรักษาแบบใหม่ ค่าใช้จ่ายสูงกว่าการทายามาก เหมาะกับแผลเป็นที่เกิดในบริเวณเด่นชัด

ข้อควรปฏิบัติเพื่อป้องกันการเกิดรอยแผลเป็น

  • พยายามรักษาบาดแผลให้มีความสะอาดอยู่เสมอ โดยล้างบริเวณที่เป็นแผลด้วยน้ำและสบู่ เพื่อกำจัดเชื้อโรคและสิ่งสกปรกออกไป
  • ทาปิโตเลี่ยมเจลลี่ เพื่อทำให้บริเวณที่เป็นแผลมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ วิธีนี้จะช่วยป้องกันรอยแผลเป็นไม่ให้ดูใหญ่ มีความลึก หรือเกิดอาการคันได้
  • หลังจากทำความสะอาดแผลและทาปิโตเลี่ยมเจลลี่แล้ว ก็ควรปิดพลาสเตอร์หรือผ้าพันแผลแบบที่มีเทปกาวเอาไว้ ซึ่งถ้าบาดแผลมีขนาดใหญ่ มีอาการเจ็บ มีรอยไหม้ หรือมีรอยแดงไม่ยอมหาย ก็ควรใช้แผ่นซิลิโคนเจลหรือแผ่นไฮโดรเจลในการปิดแผล
  • เปลี่ยนพลาสเตอร์หรือผ้าพันแผลทุกวัน เพื่อช่วยทำให้แผลสะอาดในขณะรักษาอยู่เสมอ
  • ถ้าบาดแผลมีการเย็บแผลเอาไว้ ก็ควรปฎิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยลดการเกิดรอยแผลเป็น
  • ทาครีมกันแดดในบริเวณที่เป็นแผลหลังแผลแห้งแล้ว การปกป้องผิวจากแสงแดดอาจช่วยลดรอยแดงหรือรอยคล้ำลงได้ และช่วยทำให้แผลเป็นดูจางลงได้เร็วขึ้น

เลเซอร์รอยแผลเป็น Dual Yellow Laser

Dual Yellow Laser นวัตกรรมใหม่ล่าสุดในการฟื้นฟูผิวหน้า และเป็นอีกหนึ่งเลเซอร์ที่สามารถลบรอยแผลเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแสงจะออกมา 2 ชนิด ซึ่งก็คือ แสงสีเหลืองและแสงสีเขียว ซึ่งจะช่วยในเรื่องริ้วรอย ปัญหาเรื่องสีผิวและแผลเป็นชนิดต่าง ๆ ไปพร้อมกัน เมื่อยิงเข้าไปก็จะเข้าไปทำปฏิกิริยากับรอยแผลเป็น ให้แผลเป็นตื้นขึ้นหรือนุ่มลง เหมาะสำหรับแผลเป็นตื้น ๆ หรือเลเซอร์ที่ช่วยให้แผลเป็นยุบลง และลดความแดงของแผลเป็น กำจัดเซลล์ผิวเก่าเพื่อสร้างเซลล์ผิวใหม่มาทดแทน

สรุป

จัดการรอยแผลเป็นด้วยเลเซอร์ที่สามารถลดเลือนตำหนิที่ไม่ต้องการได้ ด้วยพลังจากสองเลเซอร์ที่ถูกปล่อยออกมาพร้อมกันได้ ช่วยลดการทำลายเนื้อเยื่อโดยรอบได้ จึงทำให้มีประสิทธิภาพในการรักษารอยแผลเป็นได้อย่างยอดเยี่ยม สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงคือต้องทำเลเซอร์กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง

"รวมทุกเรื่องเกี่ยวกับความงาม โดยทีมแพทย์ DoctorsAesthetic"

คุณหมอขนม DoctorsAesthetic

หมอขนม

ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
Restylane Trianer

คุณหมอแนน DoctorsAesthetic

หมอแนน

อภันตรี ทองคำวงศ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
MSc. Dermatology

คุณหมอเเซนดี้ DoctorsAesthetic

หมอแซนดี้

ธัญชนก ปุญญโชติ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
MSc. Dermatology

คุณหมออ้อน DoctorsAesthetic

หมออ้อน

อิษฎา ตระกูลสุข
แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย
Anti-aging

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *