รู้จักกับปัญหากระ จุดด่างดำที่แต่งแต้มอยู่บนใบหน้า

รอยจุดด่างดำที่ปรากฏอยู่ตามใบหน้า หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ‘กระ’ สำหรับบางคนอาจเป็นเหมือนเครื่องประดับเพิ่มเสน่ห์ให้กับใบหน้า แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีรอยนั้นแล้วสวยดูดี กลับกลายเป็นทำให้ใบหน้าของคนนั้นดูแย่ลง ดังนั้นการรักษารอยกระก็เป็นจำเป็นสำหรับพวกเขา

สารบัญ

กระ คืออะไร

กระ เกิดจากการที่เซลล์สร้างเม็ดสี สร้างเม็ดสีมากขึ้นผิดปกติเมื่อถูกแสงแดด ลักษณะจะเป็นจุดเล็กๆ สีน้ำตาล พบได้บนใบหน้า โดยเฉพาะกลุ่มสีบริเวณดั้งจมูก หรือส่วนต่างๆ ของร่างกาย  มักเกิดในคนผิวขาวมากกว่าคนผิวดำ คนที่มีพ่อแม่ เป็น กระ จะมีโอกาสเป็น กระ มากกว่าคนทั่วไป ยิ่งถ้ามีปัจจัยกระตุ้นเม็ดสีให้เจริญเติบโต จะทำให้ปัญหากระนั้นรักษาได้ยากมากขึ้น เช่น หากตากแดดจะทำให้จำนวนกระเพิ่มจำนวนมากขึ้นได้

ประเภทของกระ

  • กระตื้น : มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเล็กๆ มักพบบริเวณที่สัมผัสแดดมาก เช่น โหนกแก้มทั้ง 2 ข้าง หรือจมูก กระตื้น เกิดจากเซลล์เม็ดสีใต้ผิวหนังทำงานผิดปกติ
  • กระลึก : มีลักษณะเป็นจุดเล็กๆ หรือเป็นแผ่นสีน้ำตาล เทา ดำ ขอบไม่ชัด เกิดจากความผิดปกติของเซลล์เม็ดสีบริเวณชั้นหนังแท้ โดยจะพบตั้งแต่แรกเกิด และถูกกระตุ้นโดยรังสี UV จากแสงแดด ร่วมกับฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้น
  • กระเนื้อ : มีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ สีน้ำตาลอ่อน หรือน้ำตาลเข้ม พบบริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอก หลัง โดยอาจขึ้นเป็นตุ่มเนื้อเล็กๆ แล้วค่อยขยายใหญ่ขึ้น นูน และมีสีเข้มขึ้น
  • กระแดด : มีลักษณะเป็นจุดหรือปื้นเรียบๆ สีน้ำตาลหรือสีดำขนาดเล็ก ขอบชัด พบบริเวณที่สัมผัสกับแสงแดดบ่อยๆ เช่น ใบหน้า แขน ขา เป็นต้น ส่วนใหญ่เกิดในผู้ที่มีผิวขาวและมีอายุ

กระ เกิดจากสาเหตุใด

แสงแดด

 ยิ่งเผชิญแสงแดดเป็นเวลานาน ก็ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้เมลาโนไซต์ ซึ่งเป็นเซลล์ผลิตสารสีเมลานินผลิตเม็ดสีชนิดนี้เพิ่มขึ้น เพื่อใช้ช่วยป้องกันอันตรายจากแสงแดดด้วยการสะท้อนและดูดซึมรังสียูวี ส่งผลให้ผิวดำคล้ำลงหลังถูกแสงแดด สารเมลานินที่ผลิตออกมามากเกินยังทำให้เกิดกระหรือทำให้กระมีสีเข้มขึ้นได้

สีผิว

คนที่มีผิวขาวหรือซีดที่มีสารเมลานินน้อยอยู่แล้ว เมื่อเผชิญแสงแดด เม็ดสีที่เพิ่มขึ้นจึงไม่สม่ำเสมอ เกิดเป็นกระแทนที่ผิวจะเปลี่ยนเป็นสีคล้ำสม่ำเสมอ ดังนั้นคนที่มีผิวขาวจึงมีโอกาสเป็นกระได้มากกว่า

พันธุกรรม

นอกจากแสงแดดและสีผิว ความเสี่ยงทางพันธุกรรมก็เป็นอีกปัจจัยหลักร่วมด้วย นั่นหมายความว่าแม้จะต้องเผชิญแสงแดดเหมือนกัน แต่โอกาสที่จะเกิดกระของแต่ละคนก็อาจไม่เท่ากัน

กระ อันตรายหรือไม่

โดยทั่วไปแล้ว กระเนื้อด้วยตัวของมันเองไม่มีพิษสงอันตรายอะไร และไม่มีวันกลายเป็นมะเร็งผิวหนังด้วย แต่เนื่องจากความที่เป็นเนื้องอกจึงไม่หยุดโต จะขยายขนาดไปเรื่อยๆ อย่างช้าๆ และบางครั้งมีสีค่อนข้างเข้ม ดำ เกิดเพิ่มอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้นตามผิวส่วนต่างๆ ของร่างกาย เกิดความกังวลว่าจะเป็นมะเร็งผิวหนังได้ ซึ่งอาจจะเกิดตามการเกิดผิวหนังอักเสบรุนแรง ผิวหนังไหม้จากแสงแดดเผา หรืออาจจะเกี่ยวข้องกับมะเร็งของระบบทางเดินอาหาร

การรักษากระ

  • ครีมกำจัดกระ กระสามารถทำให้จางลงได้ด้วยการใช้ครีมที่ประกอบด้วยตัวยาไฮโรควินิน (Hydroquinone) และกรดโคจิก (Kojic Acid) ที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปโดยไม่จำเป็นต้องมีใบสั่งจ่ายยาจากแพทย์ แต่ส่วนผสมดังกล่าวต้องอยู่ในอัตราส่วน 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
  • สารกลุ่มเรตินอยด์ สารนี้จะพบเป็นส่วนผสมในครีมกำจัดกระต่าง ๆ การเลือกใช้ครีมกำจัดกระอาจมองหาส่วนประกอบที่เป็นสารเหล่านี้ ได้แก่ เทรติโนอิน (Tretinoin) ทาซาโรทีน (Tazarotene) และอะดาพาลีน (Adapalene)
  • การใช้แสงผสม (Intense Pulsed Light Treatments) วิธีนี้คล้ายกับการทำเลเซอร์แต่ใช้แสงแบบผสมแทนเลเซอร์
  • การผ่าตัดด้วยความเย็นจัด (Cryosurgery) อีกวิธีในการกำจัดกระ ด้วยการใช้ไนโตรเจนเหลวแช่แข็ง แต่อาจมีข้อยกเว้นคือไม่สามารถรักษากระได้ทุกจุด
  • การผลัดเซลล์ผิวหนัง (Chemical Peels) การลอกหน้าด้วยน้ำยาเคมีเพื่อทำให้กระจางลง รวมถึงส่งผลให้การสร้างเม็ดสีของผิวที่ผิดปกติดีขึ้น
  • การรักษาด้วยเลเซอร์ เลเซอร์หลากหลายชนิดสามารถช่วยให้รอยกระเลือนลงได้ การใช้เลเซอร์เป็นวิธีที่ง่าย ปลอดภัย ผลตอบสนองค่อนข้างดีแตกต่างกัน ขึ้นกับชนิดและจำนวนครั้ง

Dual Yellow Laser เลเซอร์กระ

Dual Yellow Laser คือ เลเซอร์แสงคู่ที่สามารถจัดการปัญหาฝ้ากระอย่างอ่อนโยน มีความปลอดภัย ไม่รุนแรง เลเซอร์สีเหลืองและเลเซอร์สีเขียวจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับฝ้ากระและยับยั้งเส้นเลือดที่มาหล่อเลี้ยงเม็ดสี ปัญหาฝ้ากระที่ปรากฎจะดูจางลง อย่างเป็นธรรมชาติ

เป็นเลเซอร์เพื่อรักษาผิวหน้าโดยไม่ทำให้เรารู้สึกเจ็บขณะทำแต่อย่างใด จึงไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ยาชา ไม่ว่าสีผิวแบบใดก็สามารถรับรักษาได้ ฟื้นฟูให้สภาพผิวกลับมาแข็งแรง เมื่อเข้ารับการรักษาไปแล้ว จะสามารถสังเกตผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรก สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

สรุป

กระ ถือว่าเป็นปัญหาผิวหนังที่ไม่ได้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่มีอันตรายต่อร่างกาย แต่มีผลต่อรูปลักษณ์ภายนอกอย่างมาก การรักษากระอาจไม่สามารถทำให้หายได้อย่างถาวร แต่ก็สามารถทำให้กระดูจางลงได้ อย่าเพิ่งตัดใจที่จะเลิกรักษา ให้เหล่านวัตกรรมความงามนี้ช่วยให้คุณดูดีขึ้น คืนใบหน้าสวยใสให้กลับคืนมา

"รวมทุกเรื่องเกี่ยวกับความงาม โดยทีมแพทย์ DoctorsAesthetic"

คุณหมอขนม DoctorsAesthetic

หมอขนม

ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
Restylane Trianer

คุณหมอแนน DoctorsAesthetic

หมอแนน

อภันตรี ทองคำวงศ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
MSc. Dermatology

คุณหมอเเซนดี้ DoctorsAesthetic

หมอแซนดี้

ธัญชนก ปุญญโชติ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
MSc. Dermatology

คุณหมออ้อน DoctorsAesthetic

หมออ้อน

อิษฎา ตระกูลสุข
แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย
Anti-aging

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *