โบท็อกซ์หน้าผาก ลดเลือนริ้วรอย ให้ใบหน้าอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

โบท็อกหน้าผาก

การฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก เป็นวิธีที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยบนหน้าผากได้อย่างทันใจ ให้บริเวณหน้าผากกลับมา เรียบเนียน เต่งตึงอีกครั้ง เพราะหน้าผาก เป็นบริเวณที่มีการขยับ และใช้ในการแสดงสีหน้า จึงทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายกว่าส่วนอื่น 

สารบัญ

โบท็อกซ์หน้าผาก คืออะไร

โบท็อกซ์หน้าผาก เป็นการฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เข้าไปที่กล้ามเนื้อบริเวณหน้าผากจะไปยับยั้งการหลั่งสาร (Acetylcholine) ที่ใช้ในการทำให้กล้ามเนื้อหดตัวที่อยู่บริเวณปลายประสาท เพื่อทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นเกิดการคลายตัว ลดการเกร็งกล้ามเนื้อ ริ้วรอยบริเวณหน้าผากก็จะหายไป ผู้ที่ถูกฉีดยังแสดงสีหน้าได้ตามปกติ และใช้กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าได้เหมือนเดิม

เวลาที่เราขยับหน้าหรือแสดงสีหน้าต่างๆ ก็ไม่เกิดการพับของผิว โดยผิวบริเวณที่ฉีดโบท็อกซ์จะเริ่มตึงขึ้นใน 3-4 วัน โดยการฉีดเพียงครั้งเดียวอาจยังไม่เห็นผลชัดเจนในบริเวณระหว่างคิ้ว เพราะเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่จึงต้องฉีดหลายครั้ง เพื่อเห็นผลได้อย่างชัดเจน

ริ้วรอยหน้าผาก

ริ้วรอยหน้าผาก เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

รอยย่นบริเวณหน้าผากคือ ริ้วรอยส่วนที่พาดขวางกลางหน้าผาก ซึ่งเกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อฟรอนทาลิส (Frontalis Muscle) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อบริเวณด้านหน้าศีรษะที่มีหน้าที่หลักในการยกหรือเลิกคิ้ว

ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า

เป็นรอยย่นที่เห็นเวลาแสดงสีหน้า โดยไม่ได้มีแค่ริ้วรอยที่หน้าผากเท่านั้น แต่มีบริเวณอื่นๆ ด้วย เช่น รอยตีนกา ขมวดคิ้ว รอยย่นเหล่านี้เกิดจากกล้ามเนื้อใบหน้าหดตัวเพื่อแสดงสีหน้าออกมา เกิดได้กับทุกเพศ ทุกวัย เพราะทุกคนมีกล้ามเนื้อไว้เพื่อแสดงสีหน้า แต่บางคนอาจมีรอยย่นเกิดขึ้นเยอะกว่าคนอื่น เนื่องจากเป็นคนที่แสดงสีหน้าบ่อยๆ หรือบางคนที่เผลอขมวดคิ้วตลอดเวลา ก็จะมีรอยเหล่านี้มากและลึกกว่าคนอื่น

ริ้วรอยจากการสูญเสียคอลลาเจน

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ก็จะมีการสูญเสียคอลลาเจนมากขึ้นและมีการผลิตเพื่อทดแทนน้อยลง แม้จะไม่ได้แสดงสีหน้า ก็สามารถทำให้เกิดริ้วรอยได้ รอยย่นประเภทนี้เกิดจากผิวที่มีอายุมากขึ้น สูญเสียคอลลาเจนที่ทำให้เต่งตึงไป

สาเหตุจากอายุ

เรื่องของริ้วรอยก็เป็นเรื่องธรรมชาติที่จะต้องเกิดขึ้นเมื่อมีอายุที่เพิ่มขึ้น เพราะดีเอ็นเอที่สร้างยีนส์ในร่างกายเราก็เริ่มเสื่อมสภาพลง ก็เป็นธรรมดาที่ผิวจะเกิดริ้วรอยได้

สาเหตุจากแสงแดด

รังสีในอัลตราไวโอเลตในแสงแดดนั่นเองที่ถือเป็นศัตรูตัวฉกาจที่กระตุ้นให้ผิวสร้างอนุมูลอิสระ และทำลายอีลาสตินกับคอลลาเจนในผิวหนังให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น ส่งผลทำให้ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ และเกิดริ้วรอยก่อนวัย

สาเหตุสุขภาพจิตความเครียด

เมื่อเวลาเราเครียด ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอลไปทำลายคอลลาเจนใต้ผิวเรา ทำให้ใบหน้าเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น รวมไปถึงการแสดงท่าทางความเครียดอย่างคิ้วขมวด ก็ทำให้เกิดริ้วรอยบริเวณหน้าผากได้

ปัจจุบันการเสริมหน้าผากแก้ไขปัญหาริ้วรอยหน้าผาก มีวิธีอะไรบ้าง

การฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก

โบท็อกหน้าผาก ช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่นบนหน้าผาก หรือระหว่างคิ้ว  ให้เห็นผลอย่างธรรมชาติ ออกฤทธิ์ไว ชัดเจน จึงทำให้การฉีดโบท็อกซ์หน้าผากเป็นอีกหนึ่งหัตถการที่ได้รับความนิยมเพราะเห็นผลอย่างรวดเร็วทันใจ แต่หากได้รับโบท็อกซ์ในปริมาณมากเกินควรในบริเวณหน้าผาก คุณจะรู้สึกตึงและหนักหน้าผาก หน้าผากจะดูตกลง

การร้อยไหมหน้าผาก

ร้อยไหมหน้าผาก คือ การใช้เส้นไหมร้อยเข้าไปชั้นผิวหนังปรับรูปหน้าผากให้เรียบตีง ลดริ้วรอย หน้าผากโหนกนูนสวยได้รูปมากขึ้น แต่อาจไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไรนักเพราะการร้อยไหมนั้นเน้นช่วยเรื่องการยกกระชับมากกว่า อีกทั้งยังมีผลข้างเคียงทำให้มีอาการบวม แดงช้ำ 

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

ฟิลเลอร์หน้าผาก สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นบนหน้าผากได้โดยไม่ต้องผ่าตัด มีความปลอดภัยและรักษาได้ตรงจุด โดยเฉพาะการรักษาริ้วรอยหน้าผากและเติมเต็มหน้าผากให้นูนสวย ได้รับความนิยมอย่างมากเพราะไม่ต้องเจ็บตัวมาก เห็นผลลัพธ์ไว ไม่ค่อยมีผลข้างเคียงที่กังวล แต่บริเวณหน้าผากเป็นจุดที่อ่อนไหว เป็นศูนย์รวมเส้นประสาทมากมาย ถ้าหากมีข้อผิดพลาดในการฉีด อาจก่อให้เกิดอันตรายได้

เสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน

การเสริมหน้าผากด้วยแผ่นซิลิโคน ผลลัพธ์จากการที่เราเสริมซิลิโคนนั้น จะได้หน้าผากนูนโค้งเป็นธรรมชาติ เปลี่ยนหน้าผากแบนแคบเป็นหน้าผากโหนกนูน เพิ่มมิติให้กับรูปหน้า ได้รับความนิยมมากขึ้นเพราะว่าการเสริมหน้าผากด้วยที่ซิลิโคนจะไม่มีการเปลี่ยนรูปเเละอยู่ได้ตลอดชีวิต แต่ถ้าต้องการปรับเปลี่ยนรูปทรงหน้าผากจะต้องทำการผ่าตัดออกเท่านั้น จึงต้องมีความละเอียดรอบคอบในการเลือกรูปทรงหน้าผากและคลินิกที่จะไปทำ

เติมไขมันหน้าผาก

การใช้ไขมันตัวเองนำมาเติมเต็มหน้าผาก เป็นการแก้ไขปัญหาริ้วรอยหน้าผากได้อย่างดี รวมไปถึงร่องลึก รอยบุ๋ม หน้าผากแคบไม่เข้ากับสัดส่วนอื่นบนใบหน้า ก็เปลี่ยนเป็นหน้าผากที่นูนรับกับใบหน้าได้อย่างดี มักนิยมทำกับผู้ที่ไม่ค่อยมีปัญหาหน้าผากสักเท่าไร ผลข้างเคียงน้อยเนื่องจากเป็นไขมันของตัวเอง แต่ต้องระมัดระวังการบวมในช่วงแรกด้วย

เปรียบเทียบฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

ข้อดีของการฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก

  • ช่วยลดริ้วรอย และปรับผิวบริเวณหน้าผากให้เรียบเนียนขึ้น
  • ใช้เวลาในการหัตถการไม่นาน เห็นผลลัพธ์ไว 
  • ปลอดภัย ไร้ผลข้างเคียง เนื่องจากโบท็อกซ์เป็นสารที่ไม่ตกค้างอยู่ในร่างกาย
  • มีความเป็นธรรมชาติ เนื่องจากการฉีดโบท็อกซ์เป็นการลดริ้วรอยโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • มีเทคนิคการฉีดโดยเฉพาะ ซึ่งทำให้รอยย่นลดลง แต่ยังขยับหน้าผากได้ปกติ ไม่ดูแข็งหรือแสดงสีหน้าไม่ได้

ข้อเสียของการฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก

  • รอยช้ำตามรอยเข็มฉีดเพียงเล็กน้อย ซึ่งจะหายไปได้ภายในประมาณ 3-5 วัน
  • อาจพบอาการบวมหรือตึงตรงบริเวณที่ฉีดเล็กน้อยในช่วง 3 วันแรก
  •  หากได้รับโบท็อกซ์ในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้รู้สึกตึงและหนัก หน้าผากจะดูตกลง ส่งผลต่อการยักคิ้ว และอาจทำให้ดวงตาตกลง ดูเป็นคนง่วงตลอดเวลา
  • อยู่ได้ไม่ถาวร เนื่องจากโบท๊อกซ์นั้นในการฉีด 1 ครั้งจะอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือนก็ต้องกลับมาฉีดใหม่

หากเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคนจะสามารถฉีดโบท็อกซ์หน้าผากได้ไหม

หลังเสริมหน้าผาก สามารถฉีดโบท็อกซ์หน้าผากได้ปกติ แต่ควรฉีดหลังเสริมหน้าผากไปแล้ว 1 เดือน เนื่องจากฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดการหย่อนคล้อย ลดการเกิดริ้วรอย และป้องกันการเกิดร่องลึกถาวรบริเวณหน้าผากและหว่างคิ้ว การฉีดโบท็อกซ์จะฉีดในชั้นกล้ามเนื้อ และผิวหนังชั้นตื้นเพื่อจะทำให้หน้าผากตึง การฉีดโบท็อกซ์จะอยู่คนละชั้นกับซิลิโคนหน้าผากที่เสริมที่แพทย์วางซิลิโคนจะเป็นชั้นลึกที่สุดรองจากฐานกระดูก

ซึ่งการเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคนมีข้อดีหลักเลยคือสามารถอยู่ได้ถาวร เลือกทรงหน้าผากได้ตามต้องการ ไม่ต้องกลับไปฉีดบ่อยเหมือนกับโบท็อกซ์ แต่มีข้อเสียอยู่ที่เมื่อผ่าตัดแล้วต้องพักฟื้นนานมาก สามารถเห็นรอยแผล รอยแผลตัดได้ง่าย แถมไม่สามารถจัดการริ้วรอยบนหน้าผากได้อย่างโบท็อกซ์

หมอจึงแนะนำว่าถ้าหากต้องการปรับรูปหน้าผากให้เลือกฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก อาจเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย ไม่ต้องเสี่ยงเจ็บ และยังสามารถทำร่วมกับโบท็อกซ์หน้าผากได้โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ

โบท็อกซ์หน้าผาก อยู่ได้นานแค่ไหน ?

ผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของริ้วรอยที่ลดลงภายใน 3 วัน โดยริ้วรอยจะค่อยๆจางลง และเห็นผลลัพธ์เต็มที่ภายใน 14 วัน หรือ 2 สัปดาห์ อยู่ได้นาน 4-8 เดือน โดยอายุการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์นั้น ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก ดังนี้

  • ยี่ห้อของโบท็อกซ์ที่ฉีด หากเลือกโบท็อกซ์ที่มีความบริสุทธิ์สูง จะอยู่ในร่างกายได้นานกว่า เพราะร่างกายจะทำลายโปรตีนที่จับกับโบท็อกซ์ โดยโบท็อกซ์ที่มีโปรตีนมากกว่าจะถูกทำลายได้ง่ายกว่าโบท็อกซ์ที่มีโปรตีนสูง
  • ตำแหน่งที่ฉีด กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น แขน ไหล น่อง จะมีปริมาณเส้นใยกล้ามเนื้อมาก ดังนั้นกล้ามเนื้อจึงกลับมาใช้งานได้เร็ว ระยะเวลาที่โบท็อกซ์ออกฤทธิ์จึงสั้นกว่า กล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่น กราม หน้าผาก หางตา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณโบท็อกซ์ที่ใช้ ซึ่งต้องอยู่ในการประเมินโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์
  • การดื้อโบท็อกซ์ เนื่องจากร่างกายเราสร้างภูมิต้านทานมาต่อต้านสารแปลกปลอมที่ฉีดเข้าไป การฉีดโบท็อกซ์ปริมาณมากเกินไป หรือฉีดถี่เกินไป ก็อาจกระตุ้นให้ร่างกายเราต่อต้าน Butulinum toxin มากขึ้นจนแสดงอาการแพ้ออกมาได้เช่นกัน แถมยังทำให้การฉีดโบท็อกซ์ไม่ได้ผลอีกด้วย
ฉีด ฟิลเลอร์ หน้าผาก

ข้อปฏิบัติตัวก่อนฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก

  • ควรหยุดการใช้ยาแก้ปวด ยาแอสไพริน ยากลุ่มต้านการอักเสบ NSAIDS ได้แก่ Ibruprofen, Naproxen อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการฉีด เพื่อป้องการอาการฟกช้ำ
  • งดวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา น้ำมันอิฟนิ่งพริมโรส สารสกัดจากโสม ขิง กระเทียม ใบแปะก๊วย เป็นเวลา 2 สัปดาห์
  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนการฉีด
  • สุขภาพร่างกายอยู่ในสภาพปกติดี ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และไม่ได้อยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่
  • ควรแจ้งให้แพทย์ผู้ฉีดทราบถึงปัญหาที่กังวลและสิ่งที่ต้องการในแต่ละส่วนอย่างชัดเจนก่อนฉีด เนื่องจากความต้องการที่ต่างกันไปตามแต่ละบุคคล

ข้อปฏิบัติตัวหลังฉีดโบท็อกซ์หน้าผาก

  • หลังฉีดโบท็อกซ์งดนอนราบ เป็นเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการไหลของโบท็อกซ์
  • งดการนวดกดจุดบริเวณที่ฉีด เป็นเวลา 1 เดือน
  • หลีกเลี่ยงไม่ให้บริเวณที่ฉีดโดนความร้อนเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ใบหน้ามีอุณหภูมิสูง เช่น ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายอย่างหนัก อบซาวน่าแช่น้ำอุ่น เนื่องจากความร้อนจะสลายตัวยาให้หมดสภาพเร็วขึ้น
  • หลังฉีดโบท็อกซ์ได้ประมาณ 4 ชั่วโมง สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ โดยจะมีรอยแดงจากเข็มและรอยนูนจากการฉีด ซึ่งจะหายไปเองภายในเวลา 1-2 ชั่วโมงหลังฉีด
  • งดการทำทรีทเม้นท์ด้วยเครื่อง RF หรือเลเซอร์ 2 สัปดาห์ แต่สามารถทาครีมได้ตามปกติ

สรุป

โบท็อกซ์หน้าผาก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลดเลือนริ้วรอยบริเวณหน้าผาก โดยสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน จะเข้าไปทำหน้าที่ให้กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัว จึงทำให้ริ้วรอยต่าง ๆ ตื้นขึ้น ไม่ก่อให้เกิดการพับของผิวให้เห็นได้อย่างชัดเจน ปลอดภัย เห็นผลได้ทันที

"รวมทุกเรื่องเกี่ยวกับความงาม โดยทีมแพทย์ DoctorsAesthetic"

ทีมแพทย์ RWC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น