โบท็อกลิฟกรอบหน้า หน้าเรียว ยกกระชับ ไม่ต้องเจ็บตัว

โบท็อกลิฟต์กรอบหน้า

ความหย่อนคล้อยเป็นอุปสรรคต่อความสวยอย่างมาก ให้ โบท็อกซ์ลิฟกรอบหน้า ช่วยยกกระชับใบหน้าให้กลับมาเต่งตึงอีกครั้ง เพราะปัญหาความหย่อนคล้อย มีผลโดยรวมต่อใบหน้า ถึงแม้ว่าจะเติมสวยอย่างไรก็ยังคงทำให้ใบหน้าดูเกินวัย ซึ่งการโบท็อกซ์จะช่วยแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยได้อย่างดีเยี่ยม และไม่ต้องเจ็บตัว

สารบัญ

โบลิฟต์กรอบหน้า

โบท็อกซ์ลิฟกรอบหน้า คืออะไร

โบท็อกซ์ลิฟกรอบหน้า คือ การฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซินเข้าไปที่ผิวหนัง บริเวณแนวกรามและลำคอ จะไปคลายการดึงรั้งของกล้ามเนื้อขากรรไกรและเหนียงคอที่เรียกว่ากล้ามเนื้อพลาทีสมา (Platysma Muscles)  ซึ่งกล้ามเนื้อนี้จะดึงรั้งผิวหน้าบริเวณแนว ขากรรไกร คาง และคอที่หย่อนคล้อยลงเรื่อยๆ ตามวัย เพื่อยกกระชับใบหน้าทำดูมีมิติขึ้นและเกิดการยกกระชับผิว โดยสามารถเห็นผลได้หลังฉีดชัดเจนประมาณ 2 สัปดาห์ ก็จะได้ใบหน้าดูเยาว์วัยอีกครั้ง

โบท็อกลิฟต์กรอบหน้า ราคา

ใบหน้าหย่อนคล้อย เกิดจากอะไร

ความหย่อนคล้อย เกิดจากเมื่ออายุที่เริ่มมากขึ้นโครงสร้างผิวหนังโดยเฉพาะชั้นหนังแท้เริ่มสูญเสียเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสติน  ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความแข็งแรง ความกระชับ และความยืดหยุ่นของผิวหนัง  เมื่อโครงสร้างค้ำยันผิวไม่แข็งแรง ผิวจึงเกิดริ้วรอยและหย่อนคล้อย สำหรับบริเวณชั้นรอยต่อระหว่างผิวชั้นบนกับผิวชั้นหนังแท้จะยุบตัวแบนลง เป็นผลให้ผิวได้รับสารอาหารน้อยลง ทำให้ผิวอ่อนแอลงและเสื่อมได้ง่าย และยังทำให้กระบวนการซ่อมแซมผิวประสิทธิภาพแย่ลงด้วย

ส่วนผิวชั้นใต้ผิวหนัง  บริเวณชั้นไขมันจะบางลง ทำให้ผิวหย่อนคล้อยมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยจากทั้งภายนอกและภายในที่รุมเร้าให้ผิวเสื่อมหย่อนคล้อยเร็วกว่าวัยอันควรอีกด้วย 

การลิฟหน้า เป็นอย่างไร

คำว่า ลิฟ มาจากคำว่า Lifting แปลว่า การยกขึ้น เป็นการกระทำใดๆ ก็ตามเพื่อทำให้การกระชับใบหน้าให้ผิวที่คล้อยดูกระชับและเห็นกรอบหน้า แนวกรามชัดเจนขึ้น  ซึ่งแบ่งตามวิธีการออกเป็น 2 แบบใหญ่ๆ นั่นคือ หัตถการ และการผ่าตัด

โบท็อกซ์ลิฟหน้า เป็นการฉีดสารโบทูลินั่มท็อกซิน เพื่อยกกระชับผิวให้เห็นแนวกรามและทำให้หน้าเรียวมากขึ้น ซึ่งวิธีการนี้จะเหมาะสำหรับคนไข้ที่มีกล้ามเนื้อหนาบริเวณกราม กรอบหน้า ใต้คาง รวมไปถึงช่วงคอและบ่าด้วย นิยมฉีดเพื่อให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นคลาย

ส่วนการผ่าตัดยกกระชับ เป็นการรกรีด ดึง และผ่าตัดเอาผิดหนังส่วนเกินออก ขึ้นตอนและวัสดุที่ใช้ในการผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและปัจจัยอื่นๆของคนไข้แต่ละคน โดยการผ่าตัดจะใช้เวลา 2-4 ชั่วโมง การผ่าตัดดึงหน้า ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์เป็นเหมือนธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป เพราะว่า เริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้า ผิวหย่อนคล้อย ลำคอไม่ตึงกระชับ ซึ่งจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนทันที

โบท็อก ลิฟต์ กรอบหน้า

เทคนิคฉีดโบท็อกซ์ลิฟกรอบหน้า

Derma Lift

เป็นการฉีดแบบเจือจางมากกว่าปกติ จะใช้เทคนิคนี้เมื่อต้องการเห็นผลลัพธ์อย่างเร่งด่วน โดยจะฉีดบริเวณแนวกรอบหน้าขึ้นไปหาหนังศีรษะทั้ง 2 ข้าง เพื่อให้เกิดการหดตัวของผิวหนังบริเวณขอบหน้าและยกขึ้น สามารถทำได้ต่อเนื่องทุก 3-6 เดือน ถือว่ามีความปลอดภัยสูง หากทำภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์

Nefertiti Lift

เป็นการฉีดโบท็อกซ์ไปบริเวณกล้ามเนื้อกรอบหน้าที่ห่อหุ้มกรอบหน้าส่วนล่างมาหาลำคอ (ใต้คางและลำคอ) ซึ่งเป็นบริเวณของกล้ามเนื้อที่ทำให้หน้าดึงผิวลงมา จะทำให้กล้ามเนื้อมัดนี้ อ่อนแรงจนไม่สามารถดึงแก้มให้หย่อนคล้อย กล้ามเนื้อนั้นจะคลายและทำให้หน้ายกกระชับขึ้น ผลลัพธ์อยู่ได้ 3-4 เดือน

โบท็อกลิฟต์กรอบหน้า คือ

โบท็อกซ์ลิฟกรอบหน้าใช้กี่ยูนิต

ขึ้นกับวิจารณญาณของแพทย์ว่าวินิจฉัยปัญหาของคนไข้ว่ามีปัญหาความหย่อนคล้อยมีมากเพียงใด แต่โดยปกติแล้วหากเป็นการฉีดโบท็อกซ์ลิฟกรอบหน้าจะใช้ 40-50 ยูนิต ไม่มากเกินไปจากนี้ ไม่ควรฉีดโบท็อกซ์เกินข้างละ 50 ยูนิต เพราะจะทำให้แก้มตอบเกินไป ดูไม่สดใส และอาจทำให้โหนกแก้มดูสูงขึ้น

ถ้าหากมีปัญหาความหย่อนคล้อยมากกว่านี้อาจต้องทำการเลเซอร์ยกกระชับหน้าหรือหัตถการการร้อยไหมเพื่อเสริมการยกกระชับให้มากขึ้น

โบท็อกซ์ลิฟกรอบหน้าเหมาะกับใคร

คนที่เหมาะกับการฉีดโบท็อกซ์ลิฟกรอบหน้า ต้องเป็นผู้ที่มีเหนียงจากความหย่อนคล้อยไม่ใช่เหนียงจากไขมัน  เพื่อให้แนวกรามดูชัด เพราะโบท็อกซ์นั้นไประงับการทำงานของกล้ามเนื้อ ไม่ใช่ไขมันกรอบหน้าชัด คนที่แก้มย้อย รวมถึงคนที่น้ำหนักลดลงทำให้หน้าตอบลงและผิวดูหย่อนคล้อย ก็สามารถฉีดโบท็อกซ์ลิฟกรอบหน้าได้เช่นเดียวกัน

โบท็อกซ์แต่ละยี่ห้อแตกต่างกันอย่างไร

โบท็อกซ์อเมริกา

โบท็อกซ์อเมริกาได้รับความนิยมจากทั่วโลก เพราะเป็นแบรนด์แรกที่คิดค้นสารโบทูลินั่มในการลดริ้วรอย และเป็นแบรนด์แรกที่ได้รับ FDA ในการลดริ้วรอย มีขนาดโมเลกุลต่อการแพร่กระจายตัวแคบ ทำให้แพทย์สามารถควบคุมการฉีดให้ออกมาแม่นยำ ให้ออกฤทธิ์แค่บริเวณนั้นได้อย่างตรงจุด 

โบท็อกซ์เยอรมัน

โบท็อกซ์เยอรมันมีความโดดเด่นอยู่ตรงที่ความบริสุทธิ์สูง 100% จึงไม่เกิดการกระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกาย ทำให้ตัวยาออกฤทธิ์ลดริ้วรอยได้นานกว่า สามารถฉีดซ้ำต่อเนื่องยาวนานได้โดยไม่ทำให้มีการดื้อต่อโบท็อกซ์ตามมา มีแต่โมเลกุลยาล้วนๆ ทำให้ขนาดเล็กกว่ายี่ห้ออื่นๆ จึงมีการกระจายตัวยาที่ดี ทั่วถึงทั้งแผ่นกล้ามเนื้อ ทำให้หน้าไม่แข็งตึง สวยดูเป็นธรรมชาติ และทำให้การเก็บกรอบหน้าได้ผลดี

โบท็อกซ์เกาหลี

โบท็อกซ์เกาหลี มีคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์ในเรื่องของการออกฤทธิ์ที่รวดเร็ว ออกผลเร็ว เห็นการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว ค่อนข้างได้รับความนิยมเพราะราคาไม่แพงมากเมื่อเทียบกับโบท็อกซ์ตัวอื่นๆ 

โบท็อกซ์ลิฟกรอบหน้า อันตรายอย่างไร

  • ฉีดโบท็อกซ์แล้วไม่ได้ผล กรามไม่ลง หน้าไม่ตึง หมดฤทธิ์ไว
  • ตัวยากระจายโดนกล้ามเนื้อมัดอื่นทำให้หนังตาตก ปากเบี้ยว
  • ความไม่บริสุทธิ์ของยาทำให้เสี่ยงต่อการแพ้
  • ต้องฉีดบ่อยขึ้น เสี่ยงต่อการดื้อยา
  • การดื้อโบท็อกซ์ยังเป็นภาวะที่ยังไม่มีทางรักษา
โบท็อกลิฟต์กรอบหน้า ดื้อยา

ภาวะดื้อโบท็อกซ์

เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อเราฉีดโบท็อกซ์เข้าไปแล้วไม่เห็นผล เกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายไปทำลายสารโบทูลินั่ม ท็อกซินให้หมดไป จึงไม่สามารถไปออกฤทธิ์ยังกล้ามเนื้อที่ต้องการ ภาวะดื้อโบท็อกซ์ ส่วนใหญ่ที่พบนั้น มักเกิดในการใช้โบท็อกซ์ในการรักษาโรค หรือ ความเจ็บป่วย เช่น กล้ามเนื้อหดเกร็ง ชักกระตุก

เพราะต้องใช้ปริมาณโบท็อกซ์จำนวนมาก ร่างกายจึงสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา แต่ในด้านความงาม ถ้าใช้โบท็อกซ์ที่มีคุณภาพ ด้วยปริมาณและความถี่ที่เหมาะสม โอกาสที่จะเกิดภาวะดื้อโบท็อกซ์นั้นน้อยมาก

ถ้าหากเกิดภาวะดื้อโบท็อกซ์ ไม่ว่าฉีดโบท็อกซ์ที่มีความบริสุทธิ์มากแค่ไหนก็ไม่แสดงผลลัพธ์  จึงต้องรอเวลาเพียงเท่านั้น  ไม่สามารถแก้ไขให้หายได้ เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องรอให้ภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นลดลงหรือหมดไปเอง การป้องกันไม่ให้เกิดภาวะโบท็อกซ์นั้นจึงต้องเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้ปริมาณโบท็อกซ์อย่างเหมาะสม

ข้อดีของการฉีดโบท็อกซ์ลิฟกรอบหน้า

  • สามารถช่วยปรับรูปหน้าของคุณให้แลดูเรียวเล็กได้
  • ช่วยลดริ้วรอย และปรับผิวให้แลดูเรียบเนียนขึ้นได้
  • ช่วยทำให้กรอบหน้าแลดูชัดยิ่งขึ้น และยังช่วยทำให้ผิวเต่งตึงอีกด้วย
  • ใช้เวลาเพียงไม่นาน และคนไข้ที่เข้ารับการรักษาต่างบอกกันเป็นเสียงเดียวว่าให้ผลลัพธ์ที่ดีเป็นที่น่าพอใจ
  • มีความปลอดภัย เพราะสารชนิดนี้สามารถสลายได้เองโดยไม่เกิดการตกค้าง
  • ไม่ก่อให้เกิดรอยแผลเป็น

ข้อเสียของการฉีดโบท็อกซ์ลิฟกรอบหน้า

  • อาการช้ำตามรอยเข็มฉีดเพียงเล็กน้อย ซึ่งจะหายไปได้ภายในประมาณ 3-5 วัน
  • อาจพบอาการบวมหรือตึงตรงบริเวณกราม ในช่วง 3 วันแรก
  • ช่วง 1 สัปดาห์แรกหลังฉีด จะไม่ค่อยมีแรงในการเคี้ยวอาหาร ซึ่งเป็นผลจากการทำงานของโบท็อกซ์และเป็นเพียงชั่วคราว
  • หลังฉีดไปแล้ว อาจมีอาการยิ้ม 2 ข้างไม่เท่ากัน ซึ่งเกิดจากตัวยาอาจมีการออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อที่ใช้ในการยิ้มด้วย ซึ่งตรงนี้เราจึงควรฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ก็จะมีเทคนิคในการป้องกันอาการนี้ได้

ข้อปฏิบัติตัวก่อนฉีดโบท็อกซ์ลิฟกรอบหน้า

  • ควรหยุดการใช้ยาแก้ปวด ยาแอสไพริน ยากลุ่มต้านการอักเสบ NSAIDS ได้แก่ Ibruprofen, Naproxen อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการฉีด เพื่อป้องการอาการฟกช้ำ
  • งดวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา น้ำมันอิฟนิ่งพริมโรส สารสกัดจากโสม ขิง กระเทียม ใบแปะก๊วย เป็นเวลา 2 สัปดาห์
  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนการฉีด
  • สุขภาพร่างกายอยู่ในสภาพปกติดี ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และไม่ได้อยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่
  • ควรแจ้งให้แพทย์ผู้ฉีดทราบถึงปัญหาที่กังวลและสิ่งที่ต้องการในแต่ละส่วนอย่างชัดเจนก่อนฉีด เนื่องจากความต้องการที่ต่างกันไปตามแต่ละบุคคล

ข้อปฏิบัติตัวหลังฉีดโบท็อกซ์ลิฟกรอบหน้า

  • หลังฉีดโบท็อกซ์งดนอนราบ เป็นเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการไหลของโบท็อกซ์
  • งดการนวดกดจุดบริเวณที่ฉีด เป็นเวลา 1 เดือน
  • หลีกเลี่ยงไม่ให้บริเวณที่ฉีดโดนความร้อนเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ใบหน้ามีอุณหภูมิสูง เช่น ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายอย่างหนัก อบซาวน่าแช่น้ำอุ่น เนื่องจากความร้อนจะสลายตัวยาให้หมดสภาพเร็วขึ้น
  • หลังฉีดโบท็อกซ์ได้ประมาณ 4 ชั่วโมง สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ โดยจะมีรอยแดงจากเข็มและรอยนูนจากการฉีด ซึ่งจะหายไปเองภายในเวลา 1-2 ชั่วโมงหลังฉีด
  • งดการทำทรีทเม้นท์ด้วยเครื่อง RF หรือเลเซอร์ 2 สัปดาห์ แต่สามารถทาครีมได้ตามปกติ

สรุป

โบท็อกซ์ลิฟกรอบหน้า เป็นการฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เข้าไปตามกรอบหน้าเพื่อคลายกล้ามเนื้อบริเวณกรอบหน้า ด้วยเทคนิคต่างๆ ของแพทย์ เพื่อยกกระชับใบหน้าทำดูมีมิติขึ้น แต่ต้องฉีดในปริมาณที่พอดีพอเหมาะ เพื่อผลลัพธ์การยกกระชับหน้าที่ดีและป้องกันภาวะดื้อโบท็อกซ์ ที่จะทำให้โบท็อกซ์นั้นไม่เกิดผล

"รวมทุกเรื่องเกี่ยวกับความงาม โดยทีมแพทย์ DoctorsAesthetic"

คุณหมอขนม DoctorsAesthetic

หมอขนม

ภัทรชนน อัศววรฤทธิ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
Restylane Trianer

คุณหมอแนน DoctorsAesthetic

หมอแนน

อภันตรี ทองคำวงศ์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
MSc. Dermatology

คุณหมอเเซนดี้ DoctorsAesthetic

หมอแซนดี้

ธัญชนก ปุญญโชติ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
MSc. Dermatology

คุณหมออ้อน DoctorsAesthetic

หมออ้อน

อิษฎา ตระกูลสุข
แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย
Anti-aging

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *