โบท็อกซ์รักแร้ แก้ไขปัญหารักแร้เปียกและกลิ่นตัวอย่างหมดจด

โบท็อกซ์รักแร้

ถ้าหากเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังประสบปัญหารักแร้เปียกจนทำให้มีปัญหากลิ่นตัวตามมา สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดโบท็อกซ์รักแร้ ซึ่งไม่ควรปล่อยปัญหานี้ให้คาราคาซัง เพราะอาจทำให้ปัญหาอื่นๆ ที่นอกจากปัญหากลิ่นตัว หรือสร้างความรำคาญให้กับตัวเองและเกิดความเดือดร้อนกับผู้คนรอบข้าง

สารบัญ

โบท็อกใต้ตา ที่ไหนดี

โบท็อกซ์รักแร้ คืออะไร

การฉีดโบท็อกซ์รักแร้ คือ เป็นการฉีดสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin)  ไปยังบริเวณรักแร้ในปริมาณที่เหมาะสม อาจไม่มากเท่าการฉีดในจุดอื่น เพื่อให้สารเข้าไปทำงานเพื่อขัดขวางการทำงานของต่อมเหงื่อ ช่วยลดเหงื่อ อาการอับชื้นจนเกิดกลิ่นกาย และยับยั้งการทำงานของต่อมเหงื่อที่สร้างกลิ่นได้มากถึง 35-80% สามารถช่วยจัดการได้ทั้งปัญหาเรื่องเหงื่อเยอะและยับยั้งปัญหากลิ่นตัวแรงได้เป็นอย่างดี

สำหรับสภาวะที่สามารถใช้สารโบทูลินั่ม ท็อกซินในการนำมาฉีดบริเวณรักแร้ หรือการโบท็อกซ์รักแร้ได้นั้นต้องเป็นภาวะเหงื่อออกมากเฉพาะที่ ซึ่งมักจะพบที่ใต้รักแร้มากที่สุด ปัญหาของคนเหงื่อออกมากเฉพาะที่ พบปัญหาเหงื่อออกชุ่มเสื้อจนเป็นวงและเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ชวนเป็นที่รังเกียจของคนรอบข้าง

กำจัดขนรักแร้

ภาวะเหงื่อออกมากบริเวณรักแร้

ปัญหาเหงื่อออกรักแร้ มากจากภาวะเหงื่อออกมากบริเวณรักแร้ มีสาเหตุมาจากต่อมเหงื่อที่สร้างเหงื่อออกมามากผิดปกติ หรือ Hyperhidrosis ส่งผลให้บริเวณรักแร้เปียกแฉะอยู่ตลอดเวลา บางคนอาจมีเหงื่อออกมากที่ข้อพับอื่น หรืออาจมีเหงื่อออกมากที่มือ เท้า หรือใบหน้าด้วยเหงื่อออกแบบไหนถึงเรียกว่าผิดปกติ

เป็นเรื่องปกติตามกลไกของร่างกายที่จะมีเหงื่อออก เพราะร่างกายพยายามขับเหงื่อออกมาเพื่อปรับอุณหภูมิของร่างกายให้เย็นลง แต่ถ้าไม่มีปัจจัยหรือสภาวะแวดล้อมที่ส่งผลให้เหงื่อออก ทั้งที่ไม่ได้มีอาการตื่นเต้นหรือตกใจใด ๆ หรืออยู่เฉย ๆ นิ่ง ๆ ก็เหงื่อไหล เหงื่อยังออก เป็นหยดจากมือ เท้า รักแร้ และส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เข้าข่ายภาวะเหงื่อออกผิดปกติ (Hyperhidrosis) ได้

โบท็อกซ์รักแร้ อยู่ได้นานไหม

ระยะเวลาการโบท็อกซ์รักแร้ให้ผลประมาณ 3-4 เดือนขึ้นไป ซึ่งโบท็อกซ์บริเวณรักแร้อาจจะสลายได้เร็วกว่าการโบท็อกซ์ในส่วนอื่น ๆ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีการขยับอยู่ตลอดเวลาจึงทำให้เกิดความร้อนของร่างกายรวมไปถึงใช้จำนวนยูนิตของโบท็อกปริมาณน้อยกว่าบริเวณอื่นๆ ด้วย เพราะฉะนั้นขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตของคนไข้ เช่น คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ บริเวณรักแร้มีอุณหภูมิที่ร้อนตลอด อาจจะทำให้โบท็อกซ์สลายเร็วขึ้นกว่าปกติ

ฉีดโบ ลดกลิ่นเหงื่อ

ข้อดีของการโบท็อกซ์รักแร้

  • สามารถช่วยลดเหงื่อและกลิ่นตัวได้กว่า 80%
  • ช่วยลดปัญหากลิ่นใต้วงแขน
  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บ ไม่มีแผลเป็น
  • ราคาไม่แพง
  • ไม่ต้องเตรียมตัว
  • หลังทำไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับบ้านได้เลย

ข้อเสียของการโบท็อกซ์รักแร้

  • ไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเหงื่อและกลิ่นตัวได้ถาวร
  • อยู่ได้ไม่ถาวร เนื่องจากโบท๊อกซ์นั้นในการฉีด 1 ครั้งจะอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน
  • ต้องฉีดซ้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาผลลัพธ์
ฉีดโบ ลดเหงื่อ

การโบท็อกซ์รักแร้ เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีเหงื่อออกเยอะมากเกินไป มีกลิ่นตัว จนกลายเป็นปัญหา
  • ผู้ที่ไม่อยากให้รักแร้เปียกชุ่มจนเห็นเป็นวงบริเวณใต้แขนเสื้อ
  • ผู้ที่ต้องออกงานสังคมบ่อยๆ เพิ่มความมั่นใจเวลาใส่เสื้อผ้า
  • ผู้ที่แพ้ผลิตภัณฑ์ลดเหงื่อ ลดกลิ่นตัว เช่น โรลออน สเปรย์ สติ๊ก และครีม
  • ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์เร็ว ไม่ต้องพักฟื้น
  • ผู้ที่กลัวเจ็บ กลัวการผ่าตัดต่อมเหงื่อที่รักแร้
  • ผู้ที่ไม่อยากมีรอยแผลเป็นที่รักแร้

ข้อควรปฏิบัติก่อนฉีดโบท็อกซ์รักแร้

  • ตรวจเช็คร่างกายตัวเองก่อน ว่าเรามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่ได้กินยาเป็นประจำ และไม่มีโรคประจำตัว ถ้าใครมีต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • หลีกเลี่ยงการทานอาหารเสริมประเภทวิตามินอี น้ำมันปลา โสม หรือสมุนไพรที่ทำให้ร่างกายร้อน ประมาณ 2-3 วัน
  • หลีกเลี่ยงการทานยาแก้อักเสบ หรือแอสไพรินก่อนการฉีดโบท็อกซ์รักแร้เป็นเวลา 1 อาทิตย์
  • ห้ามสตรีมีครรภ์ และให้นมบุตรไม่ควรฉีดโบท็อกซ์รักแร้โดยเด็ดขาด
ต้องดื้มน้ำหลังฉีดฟิลเลอร์
หลังเสริมจมูก ห้ามอะไรบ้าง

ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดโบท็อกซ์รักแร้

  • ดื่มน้ำในปริมาณมากๆ เพื่อคงสภาพการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ให้นานที่สุด
  • หลีกเลี่ยงการแกะ เกา นวด บริเวณที่ฉีดโบท็อกซ์
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ลดเหงื่อ ลดกลิ่นตัว 1 วัน หลังฉีดรักแร้
  • หลีกเลี่ยงการทำทรีทเมนต์บริเวณรักแร้ เลเซอร์รักแร้ 2 อาทิตย์
  • หลีกเลี่ยงการอบซาวน่า อบตัว หลังฉีดรักแร้ 2 อาทิตย์
  • หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง เช่น ปลาร้า หน่อไม้ดอง มะม่วงดอง 2 อาทิตย์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำหมัก 2 อาทิตย์
  • สวมเสื้อผ้าที่โปร่งสบาย ระบายอากาศได้ดี ไม่คับแน่นจนเกินไป
  • รักษาความสะอาดของร่างกาย อาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
  • ดูแลให้เสื้อผ้าที่สวมใส่ให้แห้ง เพื่อลดกลิ่นอับชื้น
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ที่จะไปกระตุ้นให้เกิดเหงื่อและทำมีกลิ่นตัวแรง

สรุป

การฉีดโบท็อกซ์รักแร้ เป็นการแก้ไขปัญหาเหงื่อออกรักแร้ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลัก ที่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องกลิ่นตัว แถมเมื่อเหงื่อออกรักแร้ก็ทำให้เสียบุคลิกภาพ ไม่ว่าจะเป็นการมีกลิ่นตัว เสื้อบริเวณรักแร้เปียก เหงื่อออกรักแร้ จึงกลายเป็นปัญหาที่หลายคนแก้ไม่ตก จนแทบจะทำให้หมดความมั่นใจไปเลย แต่ก็อย่าเสียเซลฟ์ไป มารีบจัดการปัญหานี้ให้หมดไป และเรียกความมั่นใจกลับคืนมากันดีกว่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *